ซากศพ
หลังจากตรวจสอบแล้ว หนานลัวก็กล่าวว่า “สำนักไสยมนตร์ดำ”
“สำนักไสยมนตร์ดำ?” หนานเหยาพลันฉงน ขณะที่หนานลัวอธิบายว่า “สำนักไสยมนตร์ดำ กลุ่มนักฆ่าอันดับหนึ่งในแดนทักษิณา แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสำนักของพวกเขาตั้งอยู่ที่ใด รู้เพียงว่าคนเหล่านี้รับภารกิจการลอบสังหารที่มีราคาแพง หากภารกิจล้มเหลว เจ้าจะต้องตายทั้งหมด”
“อันใดนะ?” หนานเหยาตกใจ
หนานลัวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ดูเหมือนว่าจะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลังว่านฉงหยางไม่ได้แล้ว”
หนานเหยากล่าวอย่างกระวนกระวายใจ “ข้าเดาว่าต้องเป็นพระสนมอู่!”
หนานลัวขมวดคิ้ว “ต้องมีหลักฐาน ถึงอย่างไรเสียพระสนมอู่ผู้นี้ก็มีภูมิหลังไม่น้อย”
“เป็นแค่พระสนมคนหนึ่งเท่านั้น จะมีภูมิหลังอันใด?” หนานเหยารู้สึกหดหู่ใจ
“พระสนมอู่ผู้นี้มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด และบิดาของนางก็เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งด้วย”
เมื่อหนานเหยาได้ยินเช่นนี้ นางจึงรู้สึกหงุดหงิดทันที “แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดอีกแล้ว!”
หนานลัวทำอะไรไม่ถูก “ไปกันเถอะ กลับจวนกันก่อน”
หนานเหยามองไปที่ลู่เฉินแล้วถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านพบอันใดหรือไม่?”
“ข้าต้องวางค่ายกลเพื่อค้นหาร่องรอยของเขา” ลู่เฉินตอบ ครั้นได้ยินเช่นนั้น หนานเหยาก็อยากรู้อยากเห็นตามไปด้วย “ท่านอาจารย์ หมายความว่าท่านยังสามารถหาหมอผีคนนี้ได้หรือ?”
“ตราบใดที่เขายังไม่ออกจากแดนทักษิณา ข้าก็มีวิธีตามหา” คำพูดของลู่เฉินทำให้หนานเหยารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทั