วเราะทันที ขณะที่ว่านฉงหยางซึ่งอยู่ข้าง ๆ กันถ่ายทอดเสียงถึงพระสนมอู่ “ทุกอย่างพร้อมแล้ว”
“ดี อีกเดี๋ยวทำให้อาการของจักรพรรดิกำเริบขึ้นและทำให้เขาหมดสติ” พระสนมอู่ออกคำสั่งผ่านการถ่ายทอดเสียง
“ไม่มีปัญหา” หลังจากว่านฉงหยางกล่าวจบ เขาก็นั่งขัดสมาธิแล้วหลับตา
หนานเหยารู้สึกอยู่เสมอว่าหมอผีคนนี้ดูเหมือนจะมีเจตนาร้าย ส่วนหนานลัวก็รออย่างเงียบ ๆ ขณะที่เซวียจินพลันปิดประตูและคุ้มกันไม่ให้ผู้ใดเข้าหรือออกที่นั่น
ขณะเดียวกัน เสียงในห้องก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้ จึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดอันใดขึ้นข้างในบ้าง
ในตอนนี้เอง ลู่เฉินซึ่งยืนอยู่นอกเขตกั้น เขาลองแตะมันแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ค่ายกลนี้ ผู้ใดเป็นคนวางหรือ?”
“นี่คือเกราะการรักษาที่หมอว่านสร้างขึ้น”
“เกราะการรักษา?”
“ใช่ ตราบใดที่มีมัน ข้าจะกระฉับกระเฉงขึ้น” องค์จักรพรรดิอธิบาย แต่ลู่เฉินกลับส่งยิ้มประหลาดให้คนตรงหน้า “เขากำลังควบคุมเจ้า”
“ควบคุมข้างั้นหรือ?” องค์จักรพรรดิรู้สึกงุนงง ลู่เฉินจึงวางมืออีกข้างหนึ่งลงบนเขตกั้น และครู่ต่อมาเขาก็เปิดใช้กลิ่นอายของราชันย์แมลง
หลังจากนั้นตะขาบสีทองหลายตัวก็วิ่งออกมาจากเขตกั้น และตะขาบสีทองเหล่านี้ล้วนมีหนวดหลายเส้น
จักรพรรดิเห็นดังนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้าง “นี่คืออันใด?”
“ตะขาบวิญญาณสีทองสามารถควบคุมปราณโดยรอบที่เข้าออกได้ ในขณะเดียวกันมันยังสามารถผลิตไอพิษประหลาดเพื่อควบคุมสภาพร่างกายของผู้คนได้ด้วย” ล