ข้าไปหรือไม่
ว่านฉงหยางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้บัญชาการเซวีย หากเจ้าปล่อยปละให้คนอื่นเข้าไปรบกวนจักรพรรดิ ผลที่ตามมานั้น เจ้าจะต้องรับไว้เอง!”
เซวียจินพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม
ทว่าหนานลัวได้เอ่ยสัญญาว่า “ข้าจะรับผลที่ตามมาเอง!”
เมื่อเห็นว่ามีคนรับผิดชอบ เซวียจินพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วจึงเข้าไปในห้อง ในขณะที่ว่านฉงหยางมองไปที่หนานลัวด้วยรอยยิ้ม “ท่านเจ้ากรม ท่านอายุมากแล้ว ท่านยังต้องเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นขนาดนี้เลยหรือ?”
“สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการปกครองของราชวงศ์หนานโยวของข้า ข้าย่อมสนใจเรื่องนี้มากเป็นธรรมดา เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีเจตนาร้ายบ่อนทำลาย” หนานลัวตอบด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ว่านฉงหยางเย้ยหยัน “โอ้? เช่นนั้นหรอกหรือ?”
หลังจากทั้งสองจ้องหน้ากัน ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง และเป็นเซวียจินที่เดินออกมา “ท่านเจ้ากรม ฝ่าบาทตรัสว่าให้พวกท่านเข้าไปข้างในได้”
หนานลัวถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงเดินนำเข้าไปในห้องโถง ส่วนว่านฉงหยางเองก็เดินตามไปด้วย
เมื่อเดินเข้าไปในห้องก็เห็นคนผู้หนึ่งนอนอยู่บนพระแท่นบรรทม และพระแท่นบรรทมนี้ก็มีม่านกึ่งโปร่งแสงกั้นอยู่รอบ ๆ
เมื่อเห็นบุคคลนี้ หนานลัวพลันกล่าวด้วยความเคารพว่า “ฝ่าบาท”
หนานเหยามองอย่างสงสัย อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนที่ป่วยระยะสุดท้าย อีกทั้งยังมีรอยคล้ำรอบดวงตาและจุดแดงทั่วร่างกาย หน้าผากของเขานั้นบางครั้งก็ส่องแสงสีแดงและบางครั้งก็ส่องสีทอ