ีขึ้น และสามารถนำความสงบกลับคืนมาได้” หนานลัวตอบ
“ไม่หวังพึ่งหมอผีผู้นั้นหรอกหรือ?” หนานเหยาเอ่ยอย่างเย้ยหยัน
ทว่าชายชราเพียงถอนหายใจ “มีหมอผีแต่เขาช่วยไม่ได้ นอกจากนี้แล้ว มันยังมีพลังอำนาจที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นข้าจึงไม่เชื่อเขา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หนานเหยาพลันตาเป็นประกายทันที “ถ้าอาจารย์ของข้ารักษาจักรพรรดิหายได้ เขาจะสามารถจัดการหมอผีนั่นได้ใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่สามารถรับประกันเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าการรักษาเป็นไปด้วยดี ข้ามั่นใจได้ว่าหมอผีจะไม่กล้าทำอะไรกับเขาในนครทักษิณา” หนานลัวอธิบาย ขณะที่หนานเหยามองไปที่ลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “อาจารย์ ท่านคิดอย่างไร?”
ลู่เฉินต้องการไปที่สุสานหลวง ดังนั้นเขาจึงถามขึ้นว่า “สุสานราชวงศ์หนานโยวแห่งแดนทักษิณาอยู่ที่ใด”
“สุสานราชวงศ์หนานโยวแห่งแดนทักษิณาน่ะหรือ?” หนานลัวสงสัย แต่หนานเหยากลับรู้สึกงงงวย “ทำไมเจ้าจึงถามเช่นนี้?”
“ก็แค่ถามเท่านั้น” ลู่เฉินตอบอย่างสบาย ๆ หนานลัวจึงอธิบายให้ฟังว่า “สุสานหลวงของราชวงศ์ย่อมอยู่ในพระราชวัง และมียอดฝีมือคอยคุ้มกันมากมาย มีเพียองค์จักรพรรดิที่สามารถเข้าออกได้ ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปที่แห่งนั้น”
ลู่เฉินสงสัย “โอ้? ไม่มีสิทธิ์หรือ?”
“ใช่!”
“ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นั่นเลยหรือ?” ลู่เฉินถาม ส่วนหนานลัวอธิบายต่อว่า “สุสานหลวงมีเส้นทางซับซ้อน และยังไม่มีใครสามารถเข้าออกได้”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาทันทีว่า “แต่ข้าได้ยินมาว่า