ีผู้นี้” หนานลัวผุดลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่เหยียนเฟิงกำลังสับสนและพึมพำอยู่กับตัวเอง “น้องเก้างั้นหรือ?”
หนานเหยายังคงมีท่าทีไม่พอใจ “ไม่ เขากล้าแตะอาจารย์ของข้า ข้าก็จะจัดการเขา!”
หลังจากที่หนานลัวมองไปที่เหยียนเฟิง เขาก็มองไปที่ทั้งสองคนอีกครั้ง “ออกไปคุยกันก่อน”
จากนั้นทั้งสามคนจึงเดินออกไป หนานลัวไม่ลืมบอกให้ไป๋ซานคอยคุ้มกันเหยียนเฟิงที่นี่
อารมณ์ของหนานเหยายังคงไม่ดีขึ้นจนกระทั่งเมื่อมาถึงห้องตำรา หนานลัวก็พูดขึ้นมาอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้ารู้ไหมว่าอะไรคือเหตุผลที่ข้าขอให้อาจารย์ของเจ้ามาในครั้งนี้?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า!” หนานเหยาตอบอย่างไม่พอใจ
“เมื่อไม่นานนี้จักรพรรดิล้มป่วยลง เหล่าองค์ชายกำลังต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์กันอยู่ นอกจากนี้ยังมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามแห่งและการแทรกซึมของราชวงศ์อื่น ๆ ทำให้เรื่องตอนนี้ซับซ้อนเป็นอย่างมาก!”
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่ง… กับราชวงศ์อื่น นี่พวกเขากล้าสร้างปัญหางั้นหรือ?” หนานเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นพลันสงสัย ในขณะที่หนานลัวก็อับจนปัญญาไม่น้อยไปกว่ากัน “ใช่แล้ว!”
“แล้วท่านตามหาอาจารย์ของข้ามาเพื่อการใด?”
“ข้าได้ตรวจสอบเรื่องหมอผีในเมืองหลินเทียนแล้วก็ได้รู้ว่าคนผู้นั้นคืออาจารย์ของเจ้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้เขาไปดูอาการป่วยขององค์จักรพรรดิ หากเป็นไปได้ เป็นการดีที่สุดที่จะรักษาพระองค์ให้หายจากอาการประชวรโดยเร็ว เพื่อที่ทุกอย่างจะได้ด