อจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย เขาก็เห็นว่าอักขระยันต์หายไป เขาจึงเอ่ยด้วยความตกใจว่า “เหตุใดพวกมันถึงได้หายไป?!”
“ข้าบอกไปแล้วว่าข้าทำลายมัน!” คำพูดของลู่เฉินทำให้เหยียนเฟิงตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม “ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!”
หนานลัวไม่เอ่ยอันใด แต่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าในร่างกายของเหยียนเฟิงไม่มีอะไรน่าสงสัยเหลืออยู่จริง ๆ “ไม่มีอะไรเลย!”
หนานเหยาจ้องไปที่เหยียนเฟิง “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันถูกทำลายหรือเปล่า?”
เหยียนเฟิงเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก “ชะ ใช่ มันถูกทำลายแล้ว!”
หลังจากได้ยินว่ามันถูกทำลายแล้วจริง ๆ หนานลัวก็พลันรู้สึกเหลือเชื่อ เขามองไปที่ลู่เฉิน ในขณะที่หนานเหยาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “อาจารย์ ท่านทำได้ทุกอย่างจริง ๆ!”
ชายหนุ่มที่ถูกประจบเพียงจ้องไปที่เหยียนเฟิง “ตอนนี้เจ้าสามารถพูดได้หรือยังว่ามันคือผู้ใด?”
“หมอ… หมอผี ว่านฉงหยาง!” เหยียนเฟิงตอบ ในขณะที่หนานลัวจ้องมองด้วยความตกตะลึง “อันใดนะ ว่านฉงหยาง?”
“ใช่ เขาบอกให้ข้าหาคนผู้นี้ให้เจอแล้วจับเขาเสีย” เหยียนเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
แต่หนานเหยากลับรู้สึกสงสัย “ว่านฉงหยางผู้นี้คือหมอผีคนนั้นหรือ?”
หนานลัวพยักหน้ารับคำ “หมอผีมีสหายมากมายในราชสำนัก และยังเป็นถึงหมอหลวงของจักรพรรดิ!”
หนานเหยาพูดด้วยความโกรธทันทีว่า “แล้วอย่างไรเล่า!”
“น้องเก้า เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้ราชสำนักกำลังวุ่นวายนัก แม้แต่ข้าก็ไม่กล้าแตะต้องหมอผ