ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ค่ายกลส่งตัวเก่าแก่นั้นไม่สามารถใช้ได้!”
“ไม่สามารถใช้ได้?”
“ใช่แล้ว ค่ายกลส่งตัวเก่าแก่พวกนั้นจำเป็นต้องซ่อมแซมเสียก่อนจึงจะสามารถใช้ได้ แต่การจะซ่อมแซมนั้นต้องใช้พลังอย่างมาก และตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถซ่อมแซมได้” หนานเหยาอธิบาย
ลู่เฉินกลับตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “นั่นคือพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานเหยาจึงรู้สึกงุนงง “อาจารย์ ความคิดของท่านบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
“พูดให้น้อยลงเสียหน่อย!”
ครั้นลู่เฉินเอ่ยจบก็นำทางหนานเหยาไปยังเมืองเฟิงเฉิง
เมื่อผู้คนในเมืองเฟิงเฉิงเห็นลู่เฉินเดินมาจากไกล ๆ พวกเขาก็มีทีท่าราวกับเห็นปีศาจอย่างไรอย่างนั้น
ยังมีบางคนพูดคุยซุบซิบกันอยู่ที่นั่นว่า
“ดูนั่น คนผู้นั้นคือผู้ที่ทำให้หลาย ๆ สำนักพ่ายแพ้ได้!”
“แท้จริงแล้วเขาคือผู้ใดกัน? เหตุใดจึงน่ากลัวเช่นนี้!”
“นั่นคนตระกูลลู่ผู้นั้นไม่ใช่หรือ?”
…
เมื่อหนานเหยาได้ยินสิ่งที่ผู้คนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น นางจึงยิ้มพลางมองลู่เฉิน “อาจารย์ ชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปไกลมากแล้ว”
“หลังจากนี้จะโด่งดังยิ่งกว่านี้อีก” ลู่เฉินยิ้มประหลาด แต่เมื่อหนานเหยาได้ยินก็แปลกใจขึ้นมา
“อาจารย์ ท่านไม่กลัวว่าแดนศักดิ์สิทธิ์หรือพวกยอดฝีมือนั่นจะมาแก้แค้นท่านหรือ?”