ำให้นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “อาจารย์ หรือว่าเกิดเรื่องใดขึ้น?”
“ถ้าหากเจ้ายังถามมากมายเช่นนี้ ข้าจะไม่ไปแล้ว”
หนานเหยาจึงรีบเชื่อฟังทันที นางยิ้มขณะมองไปยังลู่เฉิน “อาจารย์ เรื่องที่ท่านต่อสู้กับหลาย ๆ สำนักเพียงลำพังนั้น ข้ารู้หมดแล้ว จึงอยากบอกว่า ท่านนี่… เยี่ยมจริง ๆ เก่งกาจยิ่งนัก!”
“ประจบสอพลอให้น้อยลงเสียหน่อย” คำพูดของลู่เฉินทำให้หนานเหยามีสีหน้าหดหู่ลงเล็กน้อย “หากอาจารย์ไม่ให้ถาม ไม่ให้ประจบ เช่นนั้นชีวิตข้าจะมีประโยชน์อันใด?”
“เดิมทีเจ้าก็ตายไปแล้ว เป็นเพียงแค่ภูตผีเท่านั้น” ลู่เฉินกล่าวออกมาตามตรงอย่างอดไม่ได้
หนานเหยาแทบจะต่อประโยคไม่ถูก “ท่านเป็นอาจารย์ ท่านยิ่งใหญ่ที่สุด!”
หลังจากนั้น หนานเหยาก็ไม่กล้าเอ่ยถามใด ๆ อีก ทว่าเมื่อลู่เฉินเดินนำทางออกไปได้ระยะหนึ่ง เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า “ไปแดนทักษิณา จำต้องหาวิธีที่ไปถึงได้โดยเร็วที่สุด!”
“อาจารย์ ข้าบรรลุถึงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมแล้ว หรือว่าท่านจะให้ข้าพาท่านบินไป”
“เช่นนั้นถือว่าช้าเกินไป”
คำพูดของลู่เฉินเหมือนกำลังดูถูกหนานเหยา “หากเช่นนี้ยังถือว่าช้า แล้วอย่างไรจึงถือว่าเร็ว?”
“ค่ายกลส่งตัว!”
สิ้นเสียงของลู่เฉิน หนานเหยาก็พลันย้อนถามด้วยความสงสัย “ค่ายกลส่งตัว?”
เมื่อลู่เฉินเห็นท่าทีของหนานเหยาจึงพูดต่อ “หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่าหลาย ๆ พื้นที่ในมหาทวีปนี้ต่างก็มีค่ายกลส่งตัว?”
เมื่อหนานเหยาได้ฟังจึงยิ้มออกมา “อาจารย์