าสำนัก พวกเรายอมแพ้เถิด!”
“เจ้าสำนัก ศาสตราวุธวิถีมารนี้ก็อยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ถ้าเขาอยากนำมันไปก็ให้เขานำไปเถิด เพราะจริง ๆ แล้วมันก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินเทียนเลี่ยจึงบันดาลโทสะขึ้นมา “คำสั่งของข้าคือให้คุ้มครองศาสตราวุธวิถีมารนี้ หรือพวกเจ้าหลงลืมสิ่งที่เจ้าสำนักคนก่อนมอบหมายหน้าที่ให้งั้นหรือ?”
เรื่องนี้ทุกคนต่างก็รับรู้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตายนี้ พวกเขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ดังนั้นทุกคนต่างก็หันมองหน้ากัน ก่อนที่ฉินเทียนเลี่ยจะพูดให้กำลังใจทุกคนว่า “เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น จะทำอะไรพวกเราได้?”
หยางเป่ยเหรินรู้สึกว่าสิ่งนี้มีเหตุผล จึงหันไปพูดกับทุกคนว่า “ใช่ เจ้าสำนักพูดถูก เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่งเท่านั้น จะสามารถทำอะไรพวกเราได้?”
แต่ลู่เฉินกลับเผยยิ้มขณะมองทุกคนแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าจะเป็นคนเปิดทางให้ข้า หรือว่าจะให้ข้าจัดการพวกเจ้าเพื่อเปิดทางเสียเอง?”
“พ่อหนุ่ม ข้ารับรองว่าไม่ว่าการป้องกันของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ถ้าหากเจ้าคิดจะทำร้ายข้า นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้!” ฉินเทียนเลี่ยพูดอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “โอ้ จริงหรือ?”