เขาพุ่งตัวไปตรงหน้าชายหนุ่มและพร้อมที่จะใช้ทวนทิ่มทะลวงอีกฝ่าย ซึ่งทุกคนต่างก็คิดว่าลู่เฉินคงต้องถูกฆ่าตายแน่!
ทว่าใครจะคาดคิดว่าลู่เฉินจะใช้ ‘เคล็ดหลบหนีหมื่นลี้’ หายเข้าไปยังหมอกหนาที่อยู่ไกลออกไปทันที พร้อมกับพูดติดตลกขึ้นมาว่า “การโจมตีของเจ้าจะมาถึงข้าหรือไม่?”
ความเร็วในการเคลื่อนไหวของลู่เฉินนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึง ถึงขนาดที่หยางเป่ยเหรินอดไม่ได้ที่จะสงสัย “นี่มันความเร็วของภูตผีใดกัน?”
ฉินเทียนเลี่ยมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าสำนัก ดังนั้นมีหรือที่เขาจะปล่อยให้ลู่เฉินหนีไปจากสายตาของตนได้? เขาตะโกนก้องพลางกวัดแกว่งทวนในมือ ก่อนที่รอบกายลู่เฉินจะเต็มไปด้วยค่ายกลทวนไฟ ทำให้เงาทวนนับไม่ถ้วนสว่างวาบอยู่รอบบริเวณนั้น “ตอนนี้ยังคิดว่าจะหนีไปได้อีกหรือไม่?”
“ถ้าคิดจะหนีนั้นง่ายมาก เพียงแค่ข้าไม่อยากมาเสียเวลากับเจ้าเท่านั้น!” ลู่เฉินกล่าวจบก็สะบัดมือข้างหนึ่ง ทำให้ระฆังของหยางเป่ยเหรินลอยออกไปทันที ก่อนจะกระทบเข้ากับเงาทวนทีละเล่ม
“นี่มัน!” หยางเป่ยเหรินรู้สึกสับสน ส่วนฉินเทียนเลี่ยเบิกตากว้างมองไปยังหยางเป่ยเหรินแล้วตะโกนว่า “เก็บสมบัติวิญญาณของเจ้าเสีย!”
“ข้า… ข้าไม่สามารถควบคุมได้!” หยางเป่ยเหรินตอบอย่างตระหนก
นี่จึงทำให้ฉินเทียนเลี่ยโมโหจนกัดฟันกรอด “ไร้ประโยชน์!”
หยางเป่ยเหรินไม่รู้ว่าตนควรพูดเช่นไร ขณะที่ลู่เฉินจ้องมองมายังฉินเทียนเลี่ยพลางเอ่ยว่า “ยังมีวิธีใดอีก รีบนำออกมา ข้าจะรอดู