ะฆังกำลังจะโจมตีลู่เฉิน ชายหนุ่มก็พลันสะบัดมือ ส่งให้ระฆังนี้ลอยออกไปทันที
ชายผู้นั้นตกตะลึง เขารีบควบคุมมันแต่ก็ต้องพบว่าตนไม่สามารถควบคุมระฆังนี้ได้แล้ว!
เขาถึงกับแปลกใจขึ้นมา เบิกตากว้างและจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เหตุใดเจ้าจึงสามารถควบคุมสมบัติวิญญาณของข้าได้!”
“เพียงแค่เป็นสมบัติวิญญาณ ข้าก็สามารถควบคุมได้ทั้งหมด!”
“อวดดีนัก!” ชายผู้นั้นเบิกตากว้าง ทำให้ดวงตาเล็ก ๆ คู่นั้นดูใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้าไม่อยากเสียเวลา ดังนั้นเจ้าถอยไปเสียจะดีกว่า หรือว่าจะให้ข้าลงมือ?” ลู่เฉินกล่าวกับอีกฝ่าย
ทว่าชายผู้นี้กลับยิ้มเยือกเย็น “ข้า หยางเป่ยเหริน ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม!”
“เจ้าจะเป็นขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมหรือไม่ มันเกี่ยวอันใดกับข้า?”
ชายผู้มีนามว่าหยางเป่ยเหริน แต่ไหนแต่ไรไม่เคยพบคนที่หยิ่งผยองเช่นนี้มาก่อน “เจ้ามันบ้ายิ่งนัก!”
“มาเถิด ข้าจะดูเสียหน่อยว่าเจ้ามีความสามารถแค่ไหน”
ประโยคดังกล่าวยิ่งเป็นการกล่าวยั่วยุหยางเป่ยเหริน ทำให้คนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในมุมมืดกระซิบกันเบา ๆ
“ชายผู้นี้โผล่มาจากที่ใดกัน? เหตุใดถึงได้บ้าบิ่นเช่นนี้?”
“เมื่อไหร่กันที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มีคนเช่นนี้?”
“ไม่น่าจะใช่คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์”
“เช่นนั้น สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์กล้าให้เขาเข้ามางั้นหรือ?”
คนพวกนี้ต่างแปลกใจว่าลู่เฉินสามารถเข้ามาได้อย่างไร ในขณะที่หยางเป่ยเหรินกำมือขวาแน่น จากนั้นจึงปล่อ