นออกมาทันทีว่า “เจ้าคือมาร!”
“ข้าจะเป็นมารหรือไม่นั้นสำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
“หากเจ้าเป็นมาร ข้าจะทำให้เจ้าตายเสียที่นี่!”
พูดจบ เสียงระฆังนี้ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ และภูตผีรวมถึงหมาป่าเหล่านั้นก็ยิ่งร้องโหยหวนออกมาราวกับว่าพวกมันกำลังโกรธและเจ็บปวด
แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยอย่างไม่สนใจว่า “ภูตผีและเสียงระฆังนี้ ไม่สามารถทำอะไรข้าได้”
“เพราะข้ายังไม่โจมตีเจ้าต่างหาก!”
ทันใดนั้น ภูตผีเหล่านั้นต่างก็พุ่งไปหาลู่เฉินทันที พวกมันต่างหมายจะเข้าไปในร่างของลู่เฉิน ราวกับต้องการทำลายจิตวิญญาณของชายหนุ่ม!
ทว่าหลังจากที่ภูตผีเข้าไปในร่างของลู่เฉิน พวกมันก็หายไปทันที
เจ้าของเสียงชราผู้นั้นพลันตกตะลึงทันที “นี่เรื่องอันใดกัน?”
“ข้าบอกแล้ว ของเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรข้าได้”
คนผู้นั้นไม่เชื่อจึงลองอีกครั้ง แต่ผลยังคงออกมาเป็นเช่นเดิม จนสุดท้ายก็มีคนคนหนึ่งตกลงมาจากกลางสุญญะ
คนผู้นี้หลังค่อมเล็กน้อย บนตัวสวมเสื้อเกราะนักรบ และบนเสื้อเกราะยังมีหนามแหลมคมราวกับเม่น
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมีศีรษะโล้น ดวงตาทั้งสองมีขนาดเล็ก โดยเฉพาะยามที่มองมายังลู่เฉิน ดูราวกับว่ากลายเป็นเพียงเส้นบาง ๆ เส้นหนึ่งเท่านั้น
“แท้จริงแล้วเจ้ามาทำไม?!” ชายประหลาดผู้นี้มองไปยังลู่เฉิน ซึ่งชายหนุ่มก็มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าพูดไปแล้ว ข้ามาเพื่อรับศาสตราวุธวิถีมาร”
“รนตาที่ตาย!” อีกฝ่ายพูดจบก็พลันโยนระฆังออกมา และเมื่อร