หตุใดเจ้าจึงมีสภาพจนตรอกเช่นนี้?”
“นักบุญหญิง คนผู้… นั้น… น่ากลัวเกินไป” โหย่วหลงรายงานด้วยสีหน้าย่ำแย่
“บอกข้าเถิด! เกิดอันใดขึ้น!” นักบุญหญิงเผยสีหน้าเคร่งขรึมทันที
โหย่วหลงจึงอธิบายทุกอย่างไปรอบหนึ่ง
เมื่อนางได้ฟังก็พลันตกใจ “อันใดนะ?!”
“ข้าคิดว่าเขาต้องไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานธรรมดาแน่ ๆ” โหย่วหลงเอ่ยอย่างหดหู่
นักบุญหญิงจึงสั่งว่า “ส่งคนไปสอบสวนเขา และค้นหาว่าเบื้องหลังของคนผู้นี้ ที่แท้เป็นอย่างไรกันแน่”
“ข้าเคยสอบสวนแล้วและพบว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น”
“เราต้องขุดให้ลึกกว่านี้!” เสียงของสตรีนางนั้นดูไม่ยินดีนัก
“แต่…” โหย่วหลงไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทว่านักบุญหญิงกลับถามออกมาก่อน “แล้วคนที่ไปกับเจ้าอยู่ที่ใด?”
“พวกเขาคงยอมจำนนหมดแล้ว” โหย่วหลงตอบ
“อันใดนะ? ยอมจำนน? เกิดอันใดขึ้น?”
โหย่วหลงจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้คนฟังเอ่ยอย่างโกรธเคืองว่า “เชียนหลงและเกาจี้นั้น พวกมันเป็นแกนนำ ทุกคนต่อต้านข้า!”
“แล้วยังติดต่อพวกเขาได้หรือไม่?”
โหย่วหลงรู้สึกงงงวย “นักบุญหญิง ท่านต้องการติดต่อพวกเขาเพื่ออันใด?”
“ข้าแค่อยากรู้ว่าสุดท้ายจะเกิดอันใดขึ้นกับคนเหล่านี้” นักบุญหญิงเริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึม ส่วนโหย่วหลงก็ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “ข้าจะลองดู!”
หลังจากพูดจบ โหย่วหลงก็หยิบแผ่นป้ายของวังเหมันต์สงัดออกมา จากนั้นก็แทรกจิตวิญญาณเข้าไป
หลังจากนั้นไม่นาน โหย่วหลงก็ได้รับข่าว ยิ่งไปกว่านั้