น สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความตกใจ “นี่มัน…”
“เป็นอันใด?”
“ชายคนนั้น ปล่อยคนในสำนักทั้งหมดออกมา” โหย่วหลงตอบ
“ปล่อยคนหมดเลยหรือ?”
“ใช่”
“เพราะเหตุใด?” นักบุญหญิงรู้สึกแปลก ๆ
“เขาบอกว่าตราบใดที่ทุกคนไม่ล่วงเกินสำนักเก้าสุขสงบและเขา คนคนนั้นก็จะออกไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะฝากคำพูดมาให้ท่านด้วย”
“ฝากมาให้ข้าหรือ?”
“บางที… ชายผู้นี้อาจรู้จักท่าน?”
“ข้าไม่เคยออกจากวังเหมันต์สงัด จะรู้จักชายคนนี้ได้อย่างไร” นักบุญหญิงรู้สึกงงงวย แต่โหย่วหลงกลับพูดหลังจากขบคิดเรื่องนี้ว่า “หรือว่าเคยรู้จัก?”
“เขามีนามว่าอันใด?” นักบุญหญิงชักจะอยากรู้ชื่อของชายคนนั้นขึ้นมา
“ลู่เฉิน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักบุญหญิงก็พลันตกใจ “เป็นไปไม่ได้ จะเป็นเขาได้อย่างไร?!”
“ผู้ใด?”
“เมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว มารชั่วผู้นั้น จอมมารลู่.. ลู่เฉิน” นักบุญหญิงตอบ
แต่โหย่วหลงปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ใช่เขาแน่!”
“เจ้าแน่ใจได้อย่างไร?”
“ชายคนนั้นเพิ่งอยู่ในขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น เขาจะเป็นจอมมารลู่ผู้ยิ่งใหญ่เมื่อแสนปีก่อนได้อย่างไร?”