คนอื่น ๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน แม้แต่มู่หรงหยิงที่เฝ้ามองจากยอดเขาก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน “ใต้หล้านี้ จะมีผู้ฝึกขั้นสร้างรากฐานที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้อย่างไร?”
หลันหยาเองก็ถอนหายใจ “น่ากลัวยิ่งนัก!”
ระว่างที่ทุกคนกำลังสนทนากัน โหย่วหลงพลันใช้รองเท้าวิเศษของเขาเพื่อเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ส่วนลู่เฉินก็ปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีตามสบาย จนกระทั่งใบหน้าของโหย่วหลงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ลู่เฉินจึงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้นว่า “เป็นอย่างไรเล่า เล่นพอแล้วหรือยัง?”
“เจ้า เจ้ามันสัตว์ประหลาด!” โหย่วหลงถอยหลังหนีด้วยความตกใจ เขามาถึงข้างกายของเยว่เซียวและคนอื่น ๆ ก่อนที่กู่ทงจะพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “มีวิธีอื่นอีกหรือไม่?”
“ข้า… ข้าได้ใช้สมบัติวิญญาณของข้าเพื่อเพิ่มความเร็วจนสุดขีดแล้ว ทว่าเขา…” สีหน้าของโหย่วหลงผู้นี้ฉายชัดถึงความไม่เต็มใจ ในขณะที่กู่ทงก่นด่าสาปแช่งว่า “สมควรตายนัก!”
เยว่เซียวรู้ว่าในขณะนี้หากฝืนต่อไปคงไม่เป็นผลดี ดังนั้นเขาจึงพูดกับกู่ทงว่า “ผู้อาวุโสกู่ พวกเราถอยกันก่อนเถิด!”
กู่ทงรู้ว่านี่เป็นหนทางเดียว
ดังนั้นเขาจึงกัดฟันเอ่ยด้วยความโกรธจัด “ถอนตัว!”
ผู้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์และวังเหมันต์สงัดพากันทะยานขึ้นไปกลางอากาศ เตรียมที่จะออกจากที่แห่งนี้
ทว่าสายอัสนีบนท้องฟ้าพลันประทุ บางคนที่รากฐานการฝึกฝนอ่อนแอจึงโดนโจมตีทันที บางคนที่แข็งแกร่งกว่าแม้ว่าจะต้านทานได้แต่ก็หวาดกลัวไม่น้อย
กู่ทงตกใจยิ