ีของลู่เฉิน เยว่เซียวก็พลันกระวนกระวาย เขาหันไปพูดกับกู่ทงว่า “ผู้อาวุโสกู่ พวกเรามาลงมือกันเถอะ!”
กู่ทงรู้ว่านี่เป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้ในขณะนี้ ดังนั้นจึงตะโกนเสียงดังลั่นทันทีว่า “วันนี้ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด รวมถึงผู้ฝึกตนพเนจรทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้าติดตามข้า บุกทะลวงค่ายกลสำนักเก้าสุขสงบไปด้วยกัน หากทำได้สำเร็จ แดนศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงามแน่นอน!”
รางวัลอันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน!
ทว่าเมื่อคำนี้แพร่ออกไป ผู้อาวุโสของสำนักต่าง ๆ กลับบอกคนของตนว่าอย่าหุนหันพลันแล่น
ชั่วขณะนั้นจึงไม่มีใครออกมาข้างหน้าแม้แต่คนเดียว และเมื่อผู้ฝึกตนพเนจรเห็นว่าศิษย์จากสำนักเหล่านั้นไม่ได้ก้าวออกมา พวกเขาก็ไม่อยากเป็นคนนำเช่นกัน
ดังนั้นที่เชิงเขาเก้าสุขสงบจึงมีเพียงวังเหมันต์สงัด สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และยอดฝีมือด้านค่ายกลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คิดจะลงมือ!
เมื่อเห็นฉากนี้ เยว่เซียวก็พลันตกใจ “เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
กู่ทงไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ เขาจึงเอ่ยด้วยความโกรธว่า “อันใดกัน? พวกเจ้าไม่ได้ทำตามคำสั่งของข้าหรือ?”
เวลานี้ผู้รับผิดชอบของสำนักหนึ่งพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ผู้อาวุโสกู่ ข้าว่าพวกเราควรยอมแพ้ดีกว่า!”
“ถูกต้อง เราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก!”
หลังจากนั้น ผู้อาวุโสของสำนักต่าง ๆ ก็พากันยอมรับความพ่ายแพ้ไปตาม ๆ กัน!
ฉากนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิ