ันไม่ได้มีไว้ฆ่าเจ้า” ลู่เฉินไม่คิดว่าหัวเหล่าซานจะขี้ขลาดเพียงนี้!
ชั่วขณะนั้น บนหน้าผากของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายออกมามากมาย จนกระทั่งลู่เฉินจัดการเสร็จเรียบร้อยและเก็บเถาวัลย์กลับคืนมา “เรียบร้อย”
“เช่นนั้น ข้าสามารถไปได้หรือยัง?” หัวเหล่าซานพูดด้วยความตื่นกลัว
“อย่าเพิ่งรีบ”
“เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“ช่วยข้าดึงดูดผู้อาวุโสที่คอยดูแลแต่ละสำนักเข้ามา”
“ว่าอย่างไรนะ?” หัวเหล่าซานรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก
“ข้าต้องการให้คนเหล่านั้นค่อย ๆ กลายเป็นหุ่นเชิดของข้าทีละคน”
“แต่… แต่คนพวกนั้นแข็งแกร่งกว่าข้า เจ้า… เจ้าไม่มีทางควบคุมพวกเขาได้หรอก!”
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “ข้ามีค่ายกลอยู่ไม่ใช่หรือ?”
หัวเหล่าซานพยักหน้า ลู่เฉินจึงสั่งให้อีกฝ่ายไปล่อคนอื่น ๆ เข้ามา ซึ่งหัวเหล่าซานก็จำต้องเชื่อฟัง …สุดท้ายแล้วการลักพาตัวจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบงัน
อันดับแรก หัวเหล่าซานพุ่งเป้าไปยังบรรดาสำนักที่ตนไม่ค่อยชอบนัก และพึมพำกับตนเองว่า “หากข้าไม่สงบสุข พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะสงบสุขเช่นกัน!”
ดังนั้นในระยะเวลาหลาย ๆ วันที่ผ่านไป หัวเหล่าซานจึงเริ่มใช้กลลวงกับหลาย ๆ สำนัก และเมื่อบรรดาผู้ดูแลสำนักต่าง ๆ รู้ว่าถูกหลอก พวกเขาก็พากันก่นด่าหัวเหล่าซาน
ทว่าตอนนี้คนเหล่านั้นต่างก็กลายเป็นหุ่นเชิดของลู่เฉินไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้
ส่วนหัวเหล่าซานก็ยังคงจัดการเรื่องอื่น ๆ แทนลู่เฉิน
จนกระทั