้ำแห่งหนึ่งและนำกระจกเงาออกมา
ภายในกระจกบานนี้ เสี่ยเจี้ยนมองเห็นหนานกงมู่
หนานกงมู่จ้องมองมายังเสี่ยเจี้ยนพลางเอ่ยถาม “เป็นเช่นไร? มีข่าวคราวบ้างหรือไม่?”
“ตอนนี้มีคนจากหลายสำนักเดินทางมา แต่ไม่ว่าอย่างไรคนของสำนักเก้าสุขสงบก็ไม่ยอมออกมา และลู่เฉินผู้นั้น ดูเหมือนว่าเวลานี้จะไม่อยู่ภายในสำนักเก้าสุขสงบ” เสี่ยเจี้ยนอธิบาย ซึ่งเมื่อหนานกงมู่ได้ฟัง นางก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา “ไม่อยู่ที่นั่น?”
“ข้าได้ยินมาว่า หลังจากที่เขาไปภูเขาเพื่อเก็บสมุนไพร หลังจากนั้นร่องรอยก็สูญหายไม่อาจพบเจอได้อีก” เสี่ยเจี้ยนรายงาน
เมื่อได้ยินดังนั้น หนานกงมู่จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาว่า “เขาจะต้องกลับมาแน่!”
“ได้ ข้าจะคอยเฝ้าอยู่ที่นี่” เสี่ยเจี้ยนพยักหน้า
หลังจบบทสนทนา ภาพของหนานกงมู่ก็ค่อย ๆ จางหายไป คงเหลือไว้เพียงภาพสะท้อนของเสี่ยเจี้ยนที่ขมวดคิ้วมุ่น และคอยเฝ้าอยู่รอบ ๆ ต่อไป
ส่วนผู้คนจากสำนักอื่น ๆ ก็ทยอยมาทีละคน
…
เมื่อเวลาผ่านไปห้าวัน กู่ทงพลันปรากฏตัวพร้อมกับปรมาจารย์ด้านค่ายกลกลุ่มหนึ่ง และเมื่อผู้คนจากสำนักอื่นเห็นพวกเขา คนเหล่านั้นต่างก็เข้ามาแสดงความเคารพทันที โดยเฉพาะเยว่เซียวที่ยิ้มพลางมองกู่ทงแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสกู่”
“เป็นเช่นไร คนมาครบกันหรือยัง?” กู่ทงเอ่ยถาม
เยว่เซียวตอบกลับทันทีว่า “ยังมีคนจากอีกหลายสำนักที่อยู่ค่อนข้างไกล คาดว่าน่าจะอีกสองถึงสามวัน”
“สองถึงสามวัน? นานเกินไป”