กู่ทงส่ายหัว
“เช่นนั้นผู้อาวุโสกู่ ท่านคิดจะทำอย่างไร?”
“ปรมาจารย์ด้านค่ายกลของข้าต้องการจัดค่ายกลขึ้นรอบ ๆ เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าจงให้ความร่วมมือกับพวกเขา สร้างค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นด้วยกัน” กู่ทงอธิบาย ทำให้เยว่เซียวแปลกใจเล็กน้อย “ค่ายกลขนาดใหญ่?”
“ค่ายกลขนาดใหญ่นี้สามารถต้านทานค่ายกลของสำนักเก้าสุขสงบได้” กู่ทงพูดด้วยความมั่นใจ
เมื่อเยว่เซียวได้ฟัง เจ้าตัวก็รู้สึกดีใจขึ้นมา “เช่นนั้นก็ช่างดีเสียจริง”
“มา ทุกคนมาช่วยกันเถิด” เมื่อกู่ทงพูดจบ เขาก็ให้คนรอบกายของตนไปจัดค่ายกล ส่วนคนของหลาย ๆ สำนักต่างก็คอยช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม บนภูเขาที่อยู่ไกลออกไป หลันหยาได้เอ่ยกับหญิงที่สวมชุดคลุมและหมวกสีดำด้วยความเคารพว่า “เจ้าสำนัก คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาถึงกันแล้ว และยังมาพร้อมกับปรมาจารย์ด้านค่ายกล!”
“คนของสำนักเก้าสุขสงบไม่ออกมาหรือ?”
“ไม่!”
“แล้วหมอเทวดาผู้นั้นล่ะ?” หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจ หลันหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบกลับไปว่า “หลังจากที่เขาไปหาข้าก็ยังไม่กลับมายังสำนักเก้าสุขสงบ และไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาไปที่ใด”
“เข้าใจแล้ว” หญิงสาวตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนที่หลันยาคล้ายจะคิดอันใดออก เขาเอ่ยเสริมว่า “เมื่อวาน ข้าพบว่ามีการเคลื่อนไหวของไอมารอยู่หลายจุด คาดว่าน่าจะเป็นคนของสำนักวิถีมารบางกลุ่มอยู่รอบ ๆ นี้เช่นกัน”
“ใช่คนของพวกเราหรือไม่?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลันหยาไม่แน่ใ