้าสุขสงบจะรอด?”
“เช่นนั้น สำนักเก้าสุขสงบจะไม่หลั่งเลือดจนกลายเป็นแม่น้ำหรอกหรือ?”
“ช่วยไม่ได้ ใครบอกให้เจ้าคนตระกูลลู่นั่นหยิ่งผยองเช่นนั้นกันเล่า? ทำให้ทั้งสำนักกลายเป็นศัตรูกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และสำนักใหญ่ ๆ หลายแห่ง!”
ทุกคนต่างพยักหน้าเพราะรู้สึกว่ามีเหตุผล และมีบางคนอดไม่ได้จึงลุกขึ้นพูดว่า “ข้าต้องไปดูเสียหน่อย!”
“ข้าก็ขอไปดูด้วยเช่นกัน!”
เพียงไม่นาน คนขี้เมาหลายคนต่างก็ลุกออกจากที่นี่ไป
ลู่เฉินที่ได้ฟังบทสนทนาทั้งหมดนี้แสยะยิ้มออกมา ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปยังร้านค้าบริเวณใกล้ ๆ เพื่อซื้อหน้ากากคนธรรมดาอันหนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนเครื่องแต่งกายทั้งชุด เก็บงำกลิ่นอายของตน จากนั้นจึงเดินทางไปยังสำนักเก้าสุขสงบด้วยความมั่นใจ
ขณะเดินทางนั้น ลู่เฉินได้พบผู้คนทั่วไปและบรรดาผู้ฝึกตนที่กำลังเดินทางไปยังสำนักเป็นจำนวนมาก
“ดูเหมือนว่าสำนักเก้าสุขสงบจะกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วเสียแล้ว” เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้น เขาจึงเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา
ไม่มีผู้ใดรู้แม้แต่น้อยว่าบุคคลภายใต้หน้ากากนี้ก็คือลู่เฉิน ดังนั้นเมื่อผู้คนจากหลายสำนักเดินผ่านชายหนุ่มไป พวกเขาต่างก็มองลู่เฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง และไม่ได้สนใจเขามากนัก
ลู่เฉินจึงเดินทางมาถึงภูเขาแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับสำนักเก้าสุขสงบได้อย่างง่ายดาย
ที่แห่งนี้มีผู้ฝึกตนทั่วไปหลายคนกำลังมองสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ไกลออกไปนัก
“เห็นหรือยัง? ที่มองเห็น