เช่นนั้น สำนักกู่หวงของพวกเจ้า เหตุใดจึงต้องย้ายมายังภูเขาโบราณหนานหวง? หรือเป็นเพราะสุสานโบราณนั่น?” ลู่เฉินเอ่ยถาม แต่ผู้อาวุโสสวีกลับตอบกลับอย่างลำบากใจว่า “ใช่แล้ว เพราะหากต้องการสิ่งใด เราก็สามารถไปนำมาจากสุสานโบราณได้”
“ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักของพวกเจ้า น่าจะปิดบังเรื่องอะไรบางอย่างกับพวกเจ้า” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
“เป็นไปได้เช่นไร?” ผู้อาวุโสสวีไม่เชื่อ ส่วนลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงคิดว่าเห็นทีต้องไปทำความเข้าใจสำนักแห่งนี้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยสืบหาว่าเหตุใดสำนักแห่งนี้จึงต้องย้ายมาที่นี่
เมื่อผู้อาวุโสสวีเห็นว่าลู่เฉินไม่พูดอะไรต่อ ในใจจึงรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย
จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งที่มีเขตแดนค่ายกลล้อมอยู่ เมื่อผ่านเขตแดนค่ายกลเข้ามา มันก็เผยให้เห็นกำแพงสูงอยู่ไกล ๆ และภายในกำแพงสูงนั้น หากดูดี ๆ ก็จะเห็นแท่นบูชาลักษณะกลม
ขณะเดียวกัน ใจกลางแท่นบูชามีประตูโบราณอยู่บานหนึ่ง มันดูแปลกพิกลนัก เพราะเมื่อมองเข้าไปภายในช่องว่างนั้นแล้ว พวกเขากลับพบเพียงความมืดมิด
“เห็นประตูบานนั้นหรือไม่? นั่นก็คือประตูไร้สิ่งสรรพ!” ผู้อาวุโสสวีที่ยืนอยู่บนหุบเขาเอ่ยพลางชี้ไปยังประตูบานนั้น
หลังจากที่ลู่เฉินใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เขาก็พบว่าด้านหลังประตูบานนี้มีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งอยู่ ราวกับว่าต้องการดูดบางสิ่งเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินรู้สึกแปล