กเจ้าถึงเรียนรู้วิชานี้?”
“ขอแค่เป็นสตรีที่มีรากวิญญาณธาตุไม้ก็จำต้องเรียนรู้สิ่งนี้” สตรีคนหนึ่งตอบ
“ถูกต้อง เมื่อเจ้าเข้าสู่สำนักกู่หวง เจ้าจะเรียนรู้ได้เพียงสิ่งนี้เท่านั้น”
“แล้วบุรุษล่ะ?”
“บุรุษสามารถเลือกได้อย่างอิสระ”
ลู่เฉินยิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในสำนักกู่หวงนี้ ชายหนุ่มจึงยิ้มให้กับพวกนางแล้วเอ่ยว่า “เอาล่ะ พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว!”
หลังจากพูดเช่นนั้น ลู่เฉินก็แก้มัดพวกนาง
สตรีเหล่านี้ต่างพากันดีใจ แต่พี่หญิงอวิ๋นกลับพูดด้วยความโกรธเคืองว่า “อย่าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วพวกเราจะปล่อยเจ้าไป!”
“อันใดนะ? เจ้ายังอยากลองอีกหรือ?” ลู่เฉินถามพี่หญิงอวิ๋นด้วยรอยยิ้ม
พี่หญิงอวิ๋นพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ขณะที่คนอื่นซึ่งอยู่ที่นั่นก็เกลี้ยกล่อมไม่ให้นางหุนหันพลันแล่น
ลู่เฉินหันไปกล่าวกับอสูรรกร้างว่า “ข้าจะออกไปแล้ว ส่วนเจ้าก็อยู่กับพวกนางที่นี่แหละ”
อสูรรกร้างมองไปที่ลู่เฉินอย่างคาดหวัง “เจ้าไม่ได้บอกว่าเจ้าจะพาข้าไปตามหาพี่หญิงใหญ่หรือ?”
“ข้าจะตามหา และเมื่อพบแล้วข้าจะพานางมาหาเจ้า” ลู่เฉินปลอบใจ ส่วนอสูรรกร้างก็มีท่าทียินดียิ่งนัก “ได้!”
ก่อนที่ลู่เฉินจะจากไป เขาก็ได้กำชับกับราชาโคมารตนนี้ว่า “ต่อไปห้ามคนนอกมาที่นี่ เข้าใจหรือไม่?”
อสูรรกร้างส่งเสียงรับคำ “รับทราบ”
ลู่เฉินจึงได้หันกายจากไป โดยที่ระหว่างออกไปนั้น คมมีดวายุด้านนอกต่างก็หลบเลี่ยงเขา ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ทุ