ก่อน เจ้าจึงคิดหลอกล่อให้พวกเราเข้าไป หวังให้พวกเราเจอกับมารร้ายนั่น”
“เรื่องนั้น เจ้า… เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
“คิดว่าข้าโง่หรือ?” เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็คร้านจะสนใจอีกฝ่าย จึงเตรียมตัวเพื่อที่จะออกไป แต่ผู้อาวุโสสวีกลับกล่าวขึ้นมาด้วยความร้อนใจว่า “ข้าขอร้องเจ้า!”
ทว่าลู่เฉินยังคงไม่สนใจ
ขณะนั้นเอง พลันเกิดเสียงดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า
“เจ้าหนุ่ม เราสามารถคุยกันได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ผู้อาวุโสสวีก็กล่าวด้วยความเคารพออกมาทันทีว่า “เจ้าสำนัก!”
ลู่เฉินมองไปยังท้องฟ้ารอบ ๆ พลางยิ้มออกมา “คุยเรื่องใดกับเจ้า?”
“พูดถึงสำนักกู่หวง มารร้ายนั่น และเรื่องของเจ้า”
หากพูดเรื่องสองสิ่งแรกนั้น ลู่เฉินพอจะเข้าใจ แต่เรื่องที่พูดเกี่ยวกับตนนั้น ทำให้ลู่เฉินแสยะยิ้มออกมา “เหตุใดจึงพูดคุยเรื่องข้า?”
“เพียงแค่เจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเคล็ดวิชา สมบัติวิญญาณของสำนักกู่หวง เจ้าสามารถเลือกได้ทั้งหมด!” น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความร้อนใจ
ลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “พวกเจ้ามีของดีอะไรงั้นหรือ?”
“สำนักกู่หวงของเรามาที่นี่เมื่อห้าพันปีก่อน และนั่นเป็นเพราะค้นพบสถานที่แห่งหนึ่ง และที่แห่งนั้น พวกเราค้นพบของล้ำค่ามากมาย หากเจ้ายินดี เจ้าสามารถเลือกสิ่งที่เจ้าต้องการได้”
“อาศัยแค่คำพูดของเจ้า?” ลู่เฉินมองผู้อาวุโสสวีและคนอื่น ๆ ที่มีสีหน้าไร้ยางอาย เพราะใครจะรู้ว่าเมื่อทำงานให้แล้ว อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจหรือไม่?
แล