จ้าสำนักที่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าไปได้ ดังนั้นถ้าหากเจ้าต้องการเข้าไป ก็จำเป็นต้องให้เจ้าสำนักเข้ามารับเจ้า” ผู้อาวุโสสวีอธิบาย
“ไม่ต้องให้เขานำทาง ข้าก็สามารถเข้าไปได้เอง”
“ค่ายกลนี้นับว่าไม่ง่ายนัก” ผู้อาวุโสสวีพูดต่อ ลู่เฉินจึงย้อนถาม “ถ้าหากแม้แต่ค่ายกลนี้ข้าก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ เช่นนั้นพวกเจ้าจะคิดยืมมือข้าทำไมกัน?”
คำพูดดังกล่าวทำให้ผู้อาวุโสสวีถึงกับพูดไม่ออก
ส่วนลู่เฉิน เขาเพียงหมุนตัวและเดินเข้าไปภายในค่ายกล เขาเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำได้อย่างง่ายดายจนลับตาไปในที่สุด
ผู้อาวุโสสวีเบิกตากว้าง “เข้าไปได้เพียงนั้นเชียวหรือ?”
…
หลังจากลู่เฉินเข้าไปภายในถ้ำและเดินไปได้ระยะทางหนึ่ง เขาก็มาถึงประตูหินบานหนึ่ง
เมื่อเห็นประตูหินบานนั้นเปิดออกเองอย่างช้า ๆ ตรงหน้าลู่เฉิน มันก็เผยให้เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่บนกำแพง
“สุสานของผู้ใดกัน เหตุใดจึงทำได้เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้?” ลู่เฉินแปลกใจ
ขณะนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมหนึ่ง “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่เจ้ายอมลงมือช่วย สิ่งของภายในนี้ เจ้าสามารถเลือกได้อย่างสบายใจ!”
ลู่เฉินที่ได้ฟังจึงยิ้มออกมา “อย่ารีบร้อนไป”
พูดจบ ลู่เฉินจึงเริ่มดูหนังสือบนชั้นวางเหล่านี้ และยังมีบางส่วนที่อยู่ในตู้ และในตู้นั้นก็มีเม็ดยาจำนวนไม่น้อย
เดิมทีลู่เฉินก็รู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับสุสานนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นขวดยาขวดหนึ่ง เ