วกนั้นด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าบอกว่าไม่ได้รอข้ามิใช่หรือ?”
แต่ละคนมีสีหน้าลำบากใจขึ้นมา ก่อนที่ชายร่างใหญ่จะกล่าวออกมาด้วยความจำใจว่า “เป็น… เป็นเพราะผู้อาวุโสสวี!”
“หากต้องการพบข้า ก็ให้เขามาเอง มิเช่นนั้นอีกไม่นานจะข้าไปแล้ว และเขาก็คงตามหาข้าไม่พบอีก” ลู่เฉินพูดจบก็เดินไปตามทางของตนต่อไป ไม่มีแนวโน้มที่จะหยุดเดิน ทำให้คนพวกนั้นต่างก็กังวลใจขึ้นมา รีบตามติดไปทันที
ส่วนชายร่างใหญ่ออกจากที่นี่เพื่อไปหาผู้อาวุโสสวี
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสสวีกำลัง ‘ฝึกฝน’ อยู่ภายในถ้ำใกล้ ๆ นี้ เมื่อชายร่างใหญ่ไปถึง เขาจึงใช้เท้าเตะไปยังประตูหินบานนั้น ทำให้ผู้อาวุโสสวีที่ถูกรบกวนกล่าวออกมาอย่างไม่ยินดีนัก “เกามู่ เจ้าทำอันใด? หรือไม่รู้ว่าข้ากำลังฝึนฝนอยู่?”
ชายร่างใหญ่นามว่าเกามู่กล่าวขอโทษออกมา “ข้า ข้ามีเพียงแขนข้างเดียว ลำบากในการผลักประตูหินนี้นัก ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องใช้เท้าช่วยเตะมันออก”
ผู้อาวุโสสวีสายหัว ก่อนจะกล่าวว่า “ว่ามาเถิด มีเรื่องใดกัน”
“เขา เขาออกมาแล้ว”
“ผู้ใด?” ผู้อาวุโสสวีชะงักไป เกามู่จึงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ชายผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่น”
“เช่นนั้นไปกัน!” ผู้อาวุโสสวีชันกายลุกขึ้นทันที และใช้เส้นทางลัดเพื่อไปยังด้านหน้าของหุบเขาพร้อมกับเกามู่
เมื่อผู้อาวุโสสวีเห็นลู่เฉินอยู่เพียงลำพัง สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสงสัย “เขาอยู่คนเดียวงั้นหรือ?”
เกามู่ขานรับ แต่ผู