จะหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมา และขว้างมันออกไปกลางอากาศ
ฉับพลันนั้น จุดกำเนิดของค่ายกลนี้ก็ถูก ‘หยุดลงทันที’ ทำให้ค่ายกลหยุดชะงักการทำงาน และเมื่อบรรดาศิษย์เห็นว่าก้อนหินไม่ตกลงมาแล้ว แต่ละคนจึงคลายกังวลใจ ส่วนผู้อาวุโสสวีก็พลันเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นทันทีว่า “เจ้าเข้าใจค่ายกลจริงหรือ?”
“ว่ามาเถิด เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน?” เป็นครั้งแรกที่ลู่เฉินเจอคนหน้าไม่อายเช่นนี้
แต่ผู้อาวุโสสวียังคงแสร้งไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเอ่ยชมขึ้นมาว่า “ศิษย์น้อง เจ้าช่างเก่งกาจนัก!”
“หยุดเสแสร้งเถิด!”
ลู่เฉินพูดเพียงสั้น ๆ แต่กลับทำให้ผู้อาวุโสสวีมีสีหน้าลำบากใจ ส่วนศิษย์ที่ถูกหินทำร้ายนั้นต่างก็พร่ำบ่นออกมา บางคนถึงกับก่นด่าผู้อาวุโสสวี
ผู้อาวุโสสวีกระแอมไอแล้วถามว่า “พวกเจ้าคิดว่าข้าหูหนวกหรือ?”
คนพวกนี้จึงแสร้งยิ้มและเอ่ยเยินยอออกมาทันที
ผู้อาวุโสสวีที่รู้สึกสบายใจขึ้นจึงเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
ส่วนลู่เฉินที่เห็นดังนั้นกลับได้แต่ถอนหายใจ “สำนักกู่หวงแห่งนี้ เลี้ยงดูคนเช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน?”