นี่…”
เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้ต่างก็ไม่ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเมื่อครู่ ชายร่างใหญ่ที่แขนหักหลบสายตาแล้วพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “ผู้อาวุโสสวี หรือว่าป่าหินนี้จะไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้?”
“ไม่ใช่ไม่อาจทำอะไรได้ แต่เป็นเพราะว่าจากทั้งสองคนนั้น มีหนึ่งคนที่เข้าใจค่ายกลที่นี่เป็นอย่างดี” ผู้อาวุโสสวีพูด
เมื่อทุกคนได้ฟัง พวกเขาก็พลันรู้สึกเหลือเชื่อ ส่วนผู้อาวุโสสวีขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยว่า “ข้าจะเข้าไปรายงานในสำนัก พวกเจ้าอยู่ที่นี่ คอยดูแทนข้า!”
“เอาเช่นนั้นหรือ?” ทุกคนพลันหวาดกลัวขึ้นมา
แต่ผู้อาวุโสสวีไม่ตอบ เขาหมุนตัวและออกไปจากที่นี่ ทิ้งให้คนพวกนั้นที่ยังต้องคอยเฝ้าอยู่ที่นี่เกิดความหดหู่ใจ
…
หลังจากเข้ามาในป่าหิน หลี่ว์ซือพลันสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาเกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “ดูเหมือนแรงดึงดูดจะเปลี่ยนแปลงแล้ว”
“อืม เปลี่ยนแล้วจริง ๆ และมันก็เหมาะกับการฝึกฝนของเจ้าพอดี” ลู่เฉินยิ้มพลางมองหลี่ว์ซือ ซึ่งหลี่ว์ซือก็ตอบด้วยความตื่นเต้นว่า “ขอบคุณผู้อาวุโสยิ่งนัก”
หลี่ว์ซือจึงคิดที่จะฝึกฝนที่นี่ แต่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาว่า “อย่ารีบร้อนไป ไปให้ถึงจุดศูนย์กลางของมันแล้วค่อยว่ากัน”
จากนั้น ลู่เฉินจึงเดินนำหลี่ว์ซือออกไป
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แรงดึงดูดนี้ก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย จนกระทั่งจู่ ๆ หลี่ว์ซือก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ จึงพูดด้วยความหอบเหนื