ผู้อาวุโสสวีจะขัดขวางเขาไว้ได้หรือไม่”
คำถามนี้ ทุกคนต่างก็อยากรู้คำตอบ เพราะทักษะเมื่อครู่ที่ลู่เฉินใช้ในการหายไปตัวนั้นนับว่าแข็งแกร่งมาก แม้แต่ผู้อาวุโสสวียังไม่สามารถรู้ได้ว่าลู่เฉินนั้นไปยังที่ใด!
ดังนั้นจึงมีคนเอ่ยขึ้นมาว่า “ไป… ไปดูกันเสียหน่อย!”
สิ้นคำนั้น พวกเขาก็พากันออกเดินทางทันที
ส่วนผู้อาวุโสสวีนั้น ขณะนี้เขาก็กำลังแอบติดตามลู่เฉินและหลี่ว์ซือไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งถ้วยชาแล้ว ลู่เฉินและหลี่ว์ซือก็ได้มาถึงด้านนอกของป่าหิน
เมื่อเห็นป่าหินเหล่านี้เต็มไปด้วยก้อนหินมากมายผิดกับภายนอกที่ดูเหมือนผืนป่าธรรมดา จู่ ๆ ผู้อาวุโสสวีก็พลันปรากฏตัวขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ด้านหน้านั้นไม่ใช่ค่ายกลของพวกข้า”
“แล้วเช่นไร?” ลู่เฉินรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้อาวุโสสวีผู้นี้แอบติดตามตนมาแต่เพียงแค่แสร้งไม่รู้ตัว ทว่าเมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ คนคนนี้คงหวังมาคิดข่มขู่ ซึ่งนั่นทำให้ลู่เฉินยิ้มหยันออกมา
เมื่อผู้อาวุโสสวีเห็นท่าทางหยิ่งผยองของลู่เฉิน เขาจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ว่าข้าขู่เจ้า แต่เพราะค่ายกลรอบนอกนี้เป็นของสำนักกู่หวง เช่นนั้นพวกเจ้าจึงสามารถผ่านมันมาได้อย่างง่ายดาย แต่ค่ายกลภายในนั้น ว่ากันว่าแม้แต่ผู้ฝึกตนที่เก่งกาจก็ยังถูกกักขังไว้ไม่อาจออกมา!”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้สนใจนักและยังคงเดินหน้าต่อไป จึงทำให้ผู้อาวุโสสวีขมวดคิ้วมุ่น “ถ้าหากพวกเจ้าคิดจะเข้าไปจ