าว่า “หากข้าไม่ออกมา เจ้าจะหาข้าพบหรือ?”
ผู้อาวุโสสวีตกตะลึง เขาไม่คิดว่าเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจะสามารถ ‘ลี้ธรณี’ ที่นี่ได้ง่ายดายเช่นนี้!
“ข้าผู้นี้ไม่ชอบการสร้างปัญหา แต่ก็ไม่ชอบเรื่องที่ทำให้ข้าขุ่นเคืองใจเช่นกัน!” ลู่เฉินพูดจบก็หายตัวไปทันที
เวลาเดียวกันนั้น บรรดาเหล่าศิษย์ของสำนักกู่หวงก็ได้เป็นอิสระแล้ว พวกเขาจึงพากันตื่นเต้นยินดี ผิดกับทางฝั่งของผู้อาวุโสสวีที่กลับสงสัยขึ้นมา “ข้าไม่เชื่อว่าค่ายกลนี้จะจับเขาไม่ได้!!”
เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ผู้อาวุโสสวีก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ลู่เฉินและหลี่ว์ซือยังคงเดินไปตามทางเพื่อไปยังภูเขาด้านหน้าจนลับสายตาของทุกคนไป
…เมื่อเห็นคนทั้งสองเดินไกลออกไปเช่นนั้น คนเหล่านั้นต่างก็เริ่มหวาดกลัวกันขึ้นมาบ้างแล้ว
ถึงขนาดที่ว่าบางคนเอ่ยออกมาอย่างติดขัด “นี่… นี่เขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานแน่หรือ?”
“อัน… อันตรายเกินไป”
“นี่… นี่มันไม่ใช่คนชัด ๆ!”
“เขาต้อง… เขาต้องแอบซ่อนขั้นพลังที่แท้จริงไว้เป็นแน่!”
บางคนก็มองไปยังชายร่างใหญ่พลางเอ่ยออกมาว่า “พี่ใหญ่ ท่านยังนับว่าโชคดีที่ไม่ถูกเขาสังหาร”
เมื่อชายร่างใหญ่คิดถึงเถาวัลย์ของลู่เฉินขึ้นมา เจ้าตัวก็พลันหวาดกลัวจนตัวสั่น และเมื่อคิดว่าตนได้สูญเสียแขนข้างหนึ่งไป ชายร่างใหญ่จึงเอ่ยออกมาด้วยความหดหู่ใจว่า “แต่แขนของข้ามัน…”
“เช่นนี้ยังดีกว่าสูญเสียชีวิต!”
“ใช่!”
แต่ก็ยังมีคนรู้สึกสงสัย “ไม่รู้ว่า