พุ่งเข้ามา จนกระทั่งหมอกควันนี้พลันล้อมรอบลู่เฉินไว้และกระจายตัวออก ทำให้บริเวณรอบ ๆ นี้เริ่มพร่ามัว และจู่ ๆ ร่างกายของเยว่เซียวก็ระเบิดออกท่ามกลางหมอกนี้!
บูม!
เสียงดังสั่นสะเทือนไปรอบด้าน ทำให้ต้นไม้ใหญ่และยอดเขาข้างเคียงจำนวนไม่น้อยพังทลายลงสู่พื้นดิน
แต่ภูเขาลูกนี้ค่อนข้างพิเศษนัก ดังนั้นที่นี่จึงยังปลอดภัยดี แต่เมื่อหลี่ว์ซือได้ยินเสียงดังสนั่นเช่นนั้น เจ้าตัวก็พลันมองไปทางต้นเสียงด้วยตาเบิกกว้าง “นี่มัน…”
เห็นเพียงว่าบนพื้นราบเรียบเต็มไปด้วยหมอกสีเขียว และท่ามกลางหมอกนั้น จิตวิญญาณของตู๋เหล่าลิ่วก็กลายเป็นลักษณะ ‘โปร่งแสง’ ลอยอยู่ตรงนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “ที่นี่แหละ คงยากแล้วที่เจ้านั่นจะยังรอดอยู่!!”
“เจ้าคิดว่าการทำเช่นนี้สามารถทำให้ข้าตายได้หรือ?” จู่ ๆ ลู่เฉินก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังตู๋เหล่าลิ่วและหัวเราะออกมา
ตู๋เหล่าลิ่วตกตะลึงรีบหมุนตัวทันที
เขาเห็นลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้นโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” ตู๋เหล่าลิ่วเบิกตากว้าง ลู่เฉินจึงเผยยิ้มชั่วร้ายออกมา “เมื่อครู่นี้ ชั่วขณะที่เจ้าระเบิดกายเนื้อของเขา ข้าก็หายตัวออกไปแล้ว”
“เจ้า… เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน เหตุใดถึงมีปฏิกิริยาตอบสนองไวเช่นนี้!” ตู๋เหล่าลิ่วยังคงไม่เชื่อ
ลู่เฉินยิ้ม “แม้แต่จิตวิญญาณของเจ้า ข้ายังสามารถหาพบได้ ดังนั้นเจ้าคิดว่าประสาทสัมผัสของข้าจะอ่อนแองั้นหรื