อ?”
ตู๋เหล่าลิ่วตกตะลึง เพราะขณะนี้ตนเป็นเพียงจิตวิญญาณเท่านั้น! ส่วนผู้ฝึกตนขั้นพลังระดับต่ำ ๆ คนพวกนี้ก็ไม่ควรที่จะมองเห็นจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนขั้นสูงได้ นอกเสียจากอีกฝ่ายจะมีสมบัติวิญญาณหรือทักษะล้ำค่าใด ๆ
ดังนั้นตู๋เหล่าลิ่วที่หวาดกลัวจึงคิดจะหนีไป
แต่โซ่ตรวนแห่งคำสาปภูตผีได้พันรัดจิตวิญญาณเขาไว้ในทันที!
ตู๋เหล่าลิ่วพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะก่นด่าออกมา “ทางที่ดี เจ้าไม่ควรมายุ่งกับข้า มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น!”
“ไม่มีอะไรที่ข้าไม่กล้ายุ่ง” เมื่อเอ่ยจบประโยค ลู่เฉินก็เพิ่มพลังเข้าไป ทำให้ตู๋เหล่าลิ่วบาดเจ็บมากขึ้น กระทั่งสุดท้ายจิตวิญญาณของตู๋เหล่าลิ่วไม่อาจทนไหวอีก เขาพลันตะโกนลั่นด้วยโทสะทันทีว่า “เช่นนั้นเจ้าและข้าจะได้เห็นดีกัน!”
ทันใดนั้น จิตวิญญาณของตู๋เหล่าลิ่วก็กลายเป็นแสงสว่างสีเขียวทันที ก่อนที่แสงนั้นจะหายเข้าไปในหน้าผากของลู่เฉิน!
อีกฝ่ายคิดจะใช้พลังเฮือกสุดท้ายโจมตีไปยังจิตวิญญาณของลู่เฉิน ทำให้จิตวิญญาณของลู่เฉินแตกกระจาย!
ทว่าสิ่งที่ทำให้ตู๋เหล่าลิ่วไม่แม้แต่จะกล้าคิดฝันก็คือ เมื่อเขากลายเป็นแสงสว่างสีเขียวพุ่งเข้าไปกลับต้องพบว่าตนเองมาอยู่ในห้วงจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าสีดำขนาดใหญ่!
“นี่มัน… เหตุใดห้วงจิตวิญญาณจึงกว้างใหญ่เพียงนี้” ตู๋เหล่าลิ่วนิ่งอึ้งไป ก่อนที่เสียงหัวเราะของลู่เฉินจะดังขึ้น “ลำพังเจ้าเป็นเช่นนี้ยังคิดทำลายข้า? ไร้เดียงสาเสียจริง!”