ี่ยม!” จากนั้นเยว่เซียวก็ฉีกยิ้มพลางออกจากที่นี่ไป
แต่ทันทีที่เขาเดินออกจากตำหนักผู้อาวุโส เขาก็พลันเห็นคนผู้หนึ่งรออยู่ข้างนอก อีกฝ่ายรายงานว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ พวกเรามีข้อมูล”
“ข้อมูลอันใด?” เยว่เซียวมองสายลับด้วยความสงสัย
“ลู่เฉินปรากฏตัวในเมืองเฟิงเฉิง และตรงไปยังภูเขาที่ห่างออกไปไม่ไกล ราวกับว่ากำลังมองหาใครสักคน” สายลับผู้นั้นรายงาน และเมื่อเยว่เซียวได้ยิน เขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันที “ไปกันกี่คน?”
“สองคน แต่อีกคนไม่มีร่องรอยของพลังปราณ”
เยว่เซียวยิ้มกริ่มทันทีหลังจากนึกถึงหลี่ว์ซือคนนั้น “ถ้ามีแค่สองคน… เช่นนั้นก็ดี!”
ดังนั้นเยว่เซียวจึงพากลุ่มปรมาจารย์ขั้นก่อกำเนิดไปยังทิศทางที่ลู่เฉินน่าจะไปที่นั่น
…
ขณะนี้ลู่เฉินและหลี่ว์ซือมาถึงตีนเขาอันเป็นจุดหมายแล้ว
พวกเขาเห็นเพียงภูเขาที่นี่มีสมุนไพรแปลก ๆ ปรากฏอยู่ทุกที่
หลี่ว์ซือถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดบนภูเขาธรรมดา ๆ ลูกนี้จึงมีสมุนไพรมากมายนัก?”
“มีชีพจรวิญญาณพิเศษอยู่ข้างใต้นี้” ลู่เฉินพูดหลังจากสัมผัสได้ถึงมัน
“ชีพจรวิญญาณพิเศษ?”
“ใช่ มีปราณมากมายในชีพจรวิญญาณนี้ โดยทั่วไปแล้วมันไม่เหมาะกับผู้ฝึกตน แต่เหมาะกับพวกสมุนไพรยิ่งนัก”
“แล้วเหตุใดถึงไม่พบผู้คนเลย?” หลี่ว์ซือคิดกับตัวเองว่าสถานที่ดี ๆ แบบนี้น่าจะมีคนมากมายมาที่นี่เพื่อเลือกวัตถุดิบปรุงยา
ลู่เฉินเฉลยด้วยรอยยิ้มว่า “มีพืชพรรณและแมลงมีพิษมากมายในภูเขาลูกนี้ หากไม่ใช่ผู้ที่กล้