ลิวหลีและคนอื่น ๆ ยังคงรออยู่ที่ตีนเขา
ส่วนหนานเหยานั้นเมื่อเห็นว่าโจวอวี๋และคนอื่น ๆ ไม่ได้ลงมาจากภูเขา นางจึงถามอย่างสงสัย “ท่านอาจารย์ โจวอวี๋เล่า?”
“พวกเขากำลังฝึกฝนอยู่ที่นั่น และจะไม่ออกมาสักพักหนึ่ง” ลู่เฉินตอบ แต่หนานเหยาก็ยังคงถามต่อไปด้วยความสงสัยว่า “ท่านอาจารย์ พวกเขากำลังฝึกอันใด เหตุใดมันจึงทำให้ทั้งภูเขาเกิดประกายไฟเจิดจ้าเช่นนั้นได้?”
ลู่เฉินจึงหันกลับไปและยิ้มให้เปลวไฟที่เปล่งประกายเจิดจ้าพวกนั้น “พวกเขากำลังฝึกฝนสิ่งที่น่าสนใจอยู่”
ทุกคนพลันงงงวย
ลู่เฉินมองไปที่หนานเหยาและเจี่ยลัวแล้วเอ่ยว่า “ไปกันเถอะ สำหรับพวกเจ้าสองคน สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นใดคือหาคู่หูสักคน!”
“คู่หู?” หนานเหยางงงวย และเจี่ยลัวก็สงสัยเช่นกัน ส่วนปิงหลิวหลีและหลี่ว์ซือนั้น พวกเขายิ่งฉงนเข้าไปใหญ่
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจและไม่คิดตอบสิ่งใด เพียงพาทุกคนไปที่ลานกว้างของสำนัก จากนั้นก็เลือกคนที่มีพรสวรรค์รากวิญญาณระดับแปดดาวขึ้นไป
เมื่อคนเหล่านี้ถูกพาตัวไป ตอนแรกพวกเขายังคงสับสน แต่หลังจากที่ลู่เฉินหาถ้ำที่เหมาะสมพบแล้ว เขาก็พาคนเหล่านั้นเข้าไปโดยทิ้งปิงหลิวหลีและพวกไว้ด้านนอก
ส่วนทางด้านนอกถ้ำ ปิงหลิวหลีและหลี่ว์ซือไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังจะทำอันใด ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่รออยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำ
ในขณะที่ภายในถ้ำนั้น ลู่เฉินได้ขอให้คนเหล่านั้นนั่งขัดสมาธิ จากนั้นชายหนุ่มก็วางค่ายกลรอบตัวพวกเขา ทำให้เกิดแสงส่องประ