่าอ้วนแล้วถามว่า “เจ้าว่าเด็กนั่นเป็นใคร เหตุใดเขาถึงน่ากลัวเยี่ยงนี้?”
ผู้เฒ่าอ้วนไฉนเลยจะรู้ เขาเพียงพูดว่า “นั่นสินะ …แต่ถึงอย่างไรเจ้าสำนักก็เชื่อฟังเขา ข้าคิดว่าเขาต้องไม่ธรรมดาแน่”
ไป๋อู่จินพยักหน้า
อีกด้านหนึ่ง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ได้มาถึงเนินเขาร้างโดยมีปิงหลิวหลีเป็นผู้นำทาง
“ที่นี่แหละ” ปิงหลิวหลีชี้ไปที่ภูเขา
ลู่เฉินขอให้คนอื่น ๆ อยู่ที่นี่ และพาคนที่มีรากวิญญาณธาตุไฟไปเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้หนานเหยารู้สึกงงงวย “ท่านอาจารย์กำลังวางแผนจะทำอันใด?”
ปิงหลิวหลีเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
ส่วนคนที่มีรากวิญญาณธาตุไฟ พวกเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ
ดังนั้นเมื่อคนเหล่านี้มาถึงยอดเขา พวกเขาก็พากันมองหน้ากันไปมา ก่อนจะเป็นลู่เฉินที่มองไปทางทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ที่ข้าขอให้เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อให้เจ้าฝึกเคล็ดวิชาบางอย่าง และหลังจากฝึกฝนเคล็ดวิชานี้แล้ว ข้ากล้าพูดเลยว่ามันจะทำให้เจ้าเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!”
ทุกคนต่างสงสัยว่าคือเคล็ดวิชาอันใด
แม้แต่โจวอวี๋ก็ยังมองไปที่ลู่เฉินด้วยความสงสัย “ผู้อาวุโส มันคือเคล็ดวิชาใดกัน?”
“ไม่ต้องรีบร้อนไป รอข้าปรับปรุงสถานที่นี้ก่อน”
ลู่เฉินเอ่ยจบก็เริ่มลงมือปรับเปลี่ยนภูเขา
หลังจากนั้นไม่นาน ปราณธาตุไฟบนภูเขานี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏแสงสีแดงที่ลุกเป็นไฟดวงเล็ก ๆ อยู่ทุกหนทุกแห่ง ทำให้คนที่มีรากวิญญาณธาตุไฟเหล่านั้นอุทานด้วยความตกตะลึง
“มาเลย ข้าจะสอนเคล็