่เฉินมาจากยุคนั้น ดังนั้นเจ้าสำนักสาวจึงมีความคิดแปลก ๆ บางอย่าง นั่นคือตัวตนของลู่เฉิน… บางทีเขาอาจจะเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจริง ๆ ก็เป็นได้!
แต่ปิงหลิวหลีไม่ได้พูดอันใด เพียงจดจำมันไว้ในหัวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ศิษย์ที่เหลือในสำนักต่างก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนพูดขึ้นอย่างมีความสุขว่า “พลังปราณนี้…. สุดยอดมาก!”
บางคนถึงกับนั่งขัดสมาธิลงฝึกฝนตรงนั้นเสียเลย
ลู่เฉินชำเลืองมองพวกเขาแล้วเอ่ยว่า “ผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุไฟ โปรดลุกขึ้น”
ทุกคนต่างประหลาดใจ แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อฟังลู่เฉินและพากันยืนขึ้นทีละคน ส่วนลู่เฉินก็กวาดตามองเล็กน้อย เขาพบว่าตั้งแต่ขั้นสร้างรากฐานไปจนถึงขั้นก่อกำเนิด ผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุไฟมีอย่างน้อยสามร้อยคน
ลู่เฉินได้ขอให้โจวอวี๋และคนพวกนั้นติดตามมา
ก่อนออกเดินทาง ลู่เฉินก็ได้ขอให้คนอื่น ๆ รออยู่ที่นี่ เป็นการแสดงว่ามีการเตรียมการอื่นรอไว้แล้ว
จากนั้นลู่เฉินก็ขอให้ปิงหลิวหลีหาภูเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่เพื่อให้คนเหล่านี้ฝึกฝน ซึ่งนางก็ได้เดินนำพวกเขาออกไป โดยมีหนานเหยาและคนอื่น ๆ ติดตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
ภายในลานกว้าง ศิษย์เหล่านั้นกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข
“โชคดีที่ยังไม่ได้ไป”
“ใช่แล้ว พลังปราณที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ให้ข้าอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตก็ยอม!”
“ใช่!”
เมื่อเห็นใบหน้าที่มีความสุขของคนเหล่านี้ ไป๋อู่จินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็มองไปที่ผู้เฒ