ยังยอดเขาที่โดดเด่นแห่งหนึ่ง เพราะมันเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วย ….หิมะ!
และยังมีวังอยู่บนภูเขาหิมะนี้
โหย่วหลงเข้าไปในวังเหมันต์สงัด กระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้ารูปปั้นน้ำแข็งขนาดยักษ์ของสตรีนางหนึ่ง และพูดด้วยความเคารพว่า “ท่านเทพธิดา”
“เป็นอย่างไรบ้าง วังเหมันต์สงัดชนะได้ที่หนึ่งมาครองแล้วงั้นหรือ?”
“ชนะที่หนึ่ง แต่…” โหย่วหลงลังเล
“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?” สตรีนางนั้นถามอย่างเย็นชา
โหย่วหลงจึงอธิบายทุกอย่างโดยละเอียด และหลังจากที่ได้ฟังสตรีนางนั้น ก็พลันแสดงท่าทีลังเลออกมา “สำนักเก้าสุขสงบ?”
“ถูกต้อง มีผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานในสำนักเก้าสุขสงบคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา ไม่เพียงสามารถแย่งชิงการควบคุมสมบัติวิญญาณของผู้อื่น แต่ยังสามารถลบร่องรอยการขัดเกลาที่เคยประทับไว้ และควบคุมค่ายกลในยอดเขาเต๋าเมฆาได้อีกด้วยขอรับ!” โหย่วหลงบอกเล่าถึงความน่ากลัวของลู่เฉิน
สตรีนางนั้นพลันรู้สึกสงสัย “สำนักเก้าสุขสงบเป็นสำนักที่เสื่อมถอยไปนานแล้ว ไฉนจึงมีตัวตนอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้ปรากฏขึ้นได้”
“ข้าส่งคนไปสืบเรื่องแล้ว เพียงแต่…”
“พูดมา”
หลังจากที่โหย่วหลงแนะนำที่มาของลู่เฉิน สตรีนางนั้นก็มีสีหน้ามืดครึ้มทันที “จงจับเป็นผู้ชายคนนั้นมาให้ข้าภายในหนึ่งเดือน”
“จับเป็น?”
“ใช่ ข้าอยากเห็นนักว่าคนผู้นี้อัศจรรย์เพียงใด” สตรีนางนี้ตอบ แต่โหย่วหลงเริ่มกังวล “ถึงเวลานั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะนำคนกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งผู้คนจากสำนักต่