้าได้ลงมือกับธงนั่นแล้ว ตราบใดที่คนเหล่านั้นบุกเข้าไปในค่ายกล ก็จะทำให้ค่ายกลทั้งหมดเกิดความอลหม่าน และจากนั้น…” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
หนานเหยาขนลุกขึ้นมาทันที “พวกเขาจะไม่ถูกค่ายกลกลืนกินใช่หรือไม่?”
ปิงหลิวหลีหน้าซีดขึ้นมาด้วยความตกใจ “นี่มัน…”
โจวอวี๋และคนอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องคาดเดา เพราะทุกคนล้วนรู้ว่าลู่เฉินจะไม่ปล่อยให้คนพวกนั้นอยู่สบายแน่ ๆ
ลู่เฉินให้คำตอบกลับไปว่า “ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของพวกเขา!”
หลังจากเอ่ยจบ ลู่เฉินก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงเดินต่อไปโดยมีหนานเหยาและคนอื่น ๆ ตามมาติด ๆ
ทว่าเสียงกรีดร้องนั้นดังเป็นอย่างมาก ทำให้แม้ลู่เฉินและคนอื่น ๆ จะออกมาไกลแล้วก็ยังคงได้ยิน
สิ่งนี้ทำให้หนานเหยาและคนอื่น ๆ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นภายในค่ายกลกันแน่
บัดนี้ภายในค่ายกลมีค่ายกลสังหารเปิดทำงานอยู่ทุกหนทุกแห่ง และแม้แต่ผู้ที่เรียกขานว่าปรมาจารย์ค่ายกลก็จะต้องลงเอยด้วยความลำบากใจหลังจากเข้ามาที่นี่
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปต่อมา เมื่อพลังของค่ายกลหมดสิ้นลง เหล่าปรมาจารย์ค่ายกลก็ค่อย ๆ จัดการค่ายกลทีละค่าย
แต่เมื่อค่ายกลของยอดเขาเต๋าเมฆาหายไป สิ่งที่ปรากฏก็มีเพียงความยุ่งเหยิง
บ้างก็โชกเลือด บ้างก็แขนขาดขาขาด บ้างก็นั่งร้องไห้ท่ามกลางกองศพ บ้างก็ก่นด่าสาปแช่ง
เยว่เซียวจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นน่าอนาถที่สุดเนื่องจากเม็ดยาที่เขากินและบาดแผลที่เกิดจากค่ายกล ร่างของเขาจึงเหี่ยวแห้งหดย่อ รวมถึงการบ่มเพาะ