คัญด้วยหรือ?”
หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ ศรมารสวรรค์ก็พลันก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
ใบหน้าของเยว่เซียวกลายเป็นบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด แต่เขาไม่ต้องการพ่ายแพ้ต่อลู่เฉินเช่นนี้ ดังนั้นจึงหยิบเม็ดยาออกมาแล้วโยนเข้าปาก
เพียงอึดใจต่อมา ไอปราณของเยว่เซียวก็พลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ร่างกายของเยว่เซียวยังพองขึ้นเหมือนถูกเติมอากาศเข้าไปในร่าง
“เม็ดยาร่างยักษา!” ลู่เฉินจำมันได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่เยว่เซียวตอบเสียงเข้มว่า “ถูกต้อง!”
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ พากันตกตะลึง เพราะเม็ดยาร่างยักษานี้ไม่เพียงทำให้คนตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
ทว่าเม็ดยาร่างยักษาชนิดนี้มีผลที่ตามมา กล่าวคือ หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ร่างกายก็จะอ่อนแอลงอย่างมาก และแม้แต่รากฐานการบ่มเพาะก็ยังถอยร่นไปหลายขั้น
แต่ตอนนี้ เพื่อที่จะได้จัดการกับลู่เฉิน เยว่เซียวจึงไม่มีทางเลือกมากนัก
ทว่าลู่เฉินกลับไม่กลัว เขาคลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่าว่าแต่หนึ่งเม็ดเลย ต่อให้เจ้ามีสิบเม็ดก็ไร้ประโยชน์!”
“รนหาที่ตาย!” เยว่เซียวกำหมัดแน่นและชกออกไป
หมัดนี้ทรงพลังอย่างมาก แสงสีน้ำตาลพลันสว่างวาบราวกับก้อนหินที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าลู่เฉินกลับหายตัวไปทันทีโดยไม่คาดคิด
สีหน้าเยว่เซียวย่ำแย่ลง เขามองไปรอบ ๆ และตะโกนลั่น “ออกมาเดี๋ยวนี้!”
“เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าอยู่ที่ใด แล้วเจ้าจะสู้กับข้าได้อย่างไร” ลู่เฉ