ลัวและกระวนกระวายอย่างมาก “อย่า… อย่าไล่ตามข้าอีกเลย!”
“เจ้าไม่อยากฆ่าข้าหรอกหรือ ทำไมเจ้าถึงได้วิ่งหนีเสียเล่า?” คำพูดของลู่เฉินทำให้เยว่เซียวตกใจสุดขีด “ข้า… ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว!”
“เช่นนั้นหากอยากออกไป …เจ้าก็ต้องทิ้งชีวิตของเจ้าไว้ที่นี่!”
หลังจากเอ่ยจบ ลู่เฉินก็ยังคงโจมตีต่อไป ในขณะที่เยว่เซียวพยายามต่อต้านสุดความสามารถ และหลบหนีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมอกบริเวณรอบ ๆ สลายไปอย่างเชื่องช้า
ลู่เฉินหยุดมือทันที จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ และพึมพำกับตัวเอง “ดูเหมือนว่ามีใครบางคนกำลังทำลายค่ายกลจากภายนอก”
ลู่เฉินจึงหยุดโจมตี จากนั้นก็รีบไปหาหนานเหยากับคนอื่น ๆ และพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย
หลังจากที่ทุกคนออกจากยอดเขาเต๋าเมฆา หนานเหยาก็ได้เห็นผู้คนมากมายบนท้องฟ้า ทำให้นางตกใจมากจนรีบพูดด้วยความตกใจ “ท่านอาจารย์ คนพวกนั้น…”
ปิงหลิวหลีเองก็ตกใจเช่นกัน “ผู้อาวุโส นี่มัน…”
“คนเหล่านี้คงเป็นยอดฝีมือด้านค่ายกลแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เป็นไร พวกเขาไม่สามารถฝ่าด่านค่ายกลบนยอดเขาเต๋าเมฆานี้ไปได้สักพัก” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ ทว่าหนานเหยาเริ่มกังวลใจ “แล้วพวกเราล่ะ?”
“ไปกัน ปล่อยให้พวกเขาเล่นกันเองสักพัก” หลังจากกล่าวจบ ลู่เฉินก็หยิบธงค่ายกลออกมา หลังจากนั้นก็เพิ่มอักขระเข้าไปและยกยิ้มแปลก ๆ ก่อนจะโยนมันขึ้นไปกลางอากาศแล้วพาทุกคนออกไป
“ท่านอาจารย์ พวกเขาจะไม่ตามมาใช่หรือไม่?” เมื่อเห็นว่าคนเหล่านั้นยังคงโ