้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของปิงหลิวหลีก็เปลี่ยนไป นางกัดฟันและมองไปที่ลู่เฉิน “ข้าจะฟังคำเจ้า!”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอันใด แต่หนานเหยายิ้มให้ปิงหลิวหลีพลางเอ่ยว่า “ศิษย์ศิษย์พี่หญิงปิง ท่านกล้าหาญยิ่งนัก!”
ปิงหลิวหลีรู้ว่าในตอนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ก็รังแกกันเกินไป นางจึงยิ้มอย่างขมขื่นแล้วกล่าวว่า “ดีกว่าต้องยอมก้มหัวให้คนอื่น!”
“ถูกต้อง! ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อก้มหัวใครผู้ใด!” หนานเหยาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน
สำหรับผู้คนรอบข้าง เดิมทีคิดว่าลู่เฉินจะหวาดกลัวและยอมหยุดมือจากค่ายกลทันที
ทว่าลู่เฉินกลับเพียงยกยิ้มให้กู่ทงแล้วเอ่ยว่า “ไม่ใช่ข้าที่ทำตัวร้ายกาจ แต่พวกเจ้ามาตอแยข้าเอง! ดังนั้นอย่าคิดว่าข้าจะยอมง่าย ๆ!”
“เจ้าว่ากระไรนะ?” กู่ทงหน้าแดงด้วยความโกรธ ส่วนทุกคนพากันตกตะลึง พวกเขาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะตอบออกมาเช่นนี้
บางคนกระซิบว่า “คนผู้นี้ หัวแข็งนัก!”
“หัวแข็งมีประโยชน์อะไร อีกประเดี๋ยวก็โดนรุมล้อมจนตายแล้ว”
เยว่เซียวที่อยู่ตรงนั้นถึงกับตะโกนบอกกู่ทงว่า “ผู้อาวุโสกู่ เราฟังคำท่าน!”
กู่ทงมองไปที่ท้องฟ้าพลันขมวดคิ้ว “เร็วเข้าทุกคน ฆ่าเขาก่อนที่ค่ายกลจะเปิดใช้งานเต็มที่!”
“ขอรับ!” กลุ่มคนที่ต้องการฆ่าลู่เฉินเริ่มพากันโคจรลมปราณเตรียมใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาต่าง ๆ ทันที
เห็นเพียงวิชาต่าง ๆ นานาที่พุ่งเข้าใส่พวกของลู่เฉิน
นี่จึงทำให้ทุกคนแน่ใจว่ากลุ่มของลู่เฉินจะต้อง