นในค่ายกลตกใจ และกู่ทงก็โกรธเกรี้ยวจนแทบหายใจไม่ออก “เจ้า!”
ลู่เฉินยกยิ้มแต่ไม่พูดอะไรต่อ ในขณะที่หนานเหยาตะโกนอยู่ข้างในว่า “เมื่อครู่พวกเจ้าเก่งนักมิใช่หรือ?”
คนเหล่านั้นล้วนหน้าถอดสี แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต้านทานกับศรเพลิงที่พุ่งลงมาราวกับห่าฝนอันบ้าคลั่งนี้ต่อไป
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ผู้คนที่มีพลังบ่มเพาะอ่อนแอนั้นหากไม่ตายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างน่าสลดใจ หรือบางคนโชคดีหน่อยก็ได้รับการปกป้องจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่ทางฝั่งยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิด พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ทว่าตัวคนต่างก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม
ส่วนกู่ทง เขาได้รับบาดเจ็บจากหลายจุดบนร่างกาย และทิ้งรอยแผลเป็นที่ไหม้เกรียมไว้ทุกที่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเยว่เซียว ไม่ว่าเขาจะวิ่งไปที่ใดในยามนี้ ลูกศรเพลิงส่วนใหญ่ก็จะโจมตีไปที่เขา ทำให้ต้องวิ่งหนีไปรอบ ๆ และตะโกนลั่น “ทำไมมันถึงโจมตีข้าโดยเฉพาะกันเล่า?!”
ไม่เพียงแต่เยว่เซียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหัวเหล่าซาน ผู้อาวุโสเทียนหลง และแม้แต่ผู้ที่มาจากวังเหมันต์สงัดก็ล้วนตกเป็นเป้าหมายอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าชัดถนัดตา ปิงหลิวหลีก็พลันชะงักไป นางไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าลู่เฉินจะเล่นงานสำนักต่าง ๆ เหล่านี้จนต้องอยู่ในสภาพที่น่าสังเวช
ลู่เฉินหันไปพูดกับผู้คนเหล่านั้นว่า “ผู้ที่ไม่อยากตาย! ตอนนี้พวกเจ้าสามารถออกมาได้จากทางม่านหมอกที่อยู่ด้านข้างได้เลย”
เมื่อได้