ำนักเก้าสุขสงบทุกคนกลับไปที่สำนัก จากนั้นเปิดใช้งานค่ายกลสำนักเก้าสุขสงบเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้ามา”
“เจ้า…” ปิงหลิวหลีขมวดคิ้ว
“คนเหล่านี้รวมถึงผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะโจมตีสำนักเก้าสุขสงบอย่างแน่นอน” ลู่เฉินอธิบาย
“ตกลง ข้าจะแจ้งให้พวกเขาทราบ”
หนานเหยาเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ท่านอาจารย์ ค่ายกลของสำนักเก้าสุขสงบสามารถต่อต้านผู้คนจากสำนักเหล่านี้ได้หรือ?”
ลู่เฉินเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ข้าได้ซ่อมแซมค่ายกลนั้นแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสำนักเหล่านั้น เพราะแม้แต่ผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจทำอะไรได้”
เมื่อหนานเหยาได้เช่นนี้จึงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย “ท่านอาจารย์ ท่านนับเป็นแบบอย่างของข้าอย่างแท้จริง!”
“หยุดประจบได้แล้ว!” ลู่เฉินกลอกตา ส่วนหนานเหยากลับหัวเราะ
โจวอวี๋รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย “ผู้อาวุโส เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรต่อไป?”
“ให้พวกเขาได้ลิ้มลองค่ายกลสังหารนี้ไปเถิด!” ลู่เฉินค่อย ๆ เผยรอยยิ้มชั่วร้าย
ค่ายกลสังหารงั้นหรือ?
ทุกคนกำลังงงงวย ทว่าในตอนนี้เอง ลูกศรเพลิงพลันพุ่งลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนตะโกนกรีดร้องโหยหวน
บางคนบอกว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดด้วยและขอให้ลู่เฉินไว้ชีวิต
ส่วนทางกู่ทง เขายืนสาปแช่งอยู่ในนั้น “เจ้าหนุ่ม เจ้ายอมรามือซะดี ๆ มิฉะนั้นเจ้าไม่รอดแน่หากข้าแจ้งไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด!”
“วันนี้ ต่อให้ใครมาก็ไร้ประโยชน์!” คำพูดของลู่เฉินทำให้ทุกค