สียมากกว่าเดิม “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทำให้สำนักเก้าสุขสงบของเจ้ามิอาจเข้าร่วมการแข่งขันได้อีกต่อไป! จากนี้จะไม่มีศิษย์คนใดสามารถเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้!”
“ขออภัย ศิษย์ของสำนักเก้าสุขสงบจะไม่ไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า และต่อไปจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันอีก!” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็ไม่สนใจคำขู่ของกู่ทงอีก
“เจ้าหนุ่ม ข้าแนะนำให้เจ้ารีบหยิบป้ายขึ้นมาและจงขอโทษข้า มิฉะนั้น วันนี้พวกเจ้าอย่าได้หวังจะออกไปจากที่แห่งนี้!”
“ขอโทษงั้นรึ? ไฉนจึงต้องขอโทษเจ้าด้วย? หากไม่ต้องการอันดับก็เป็นความผิดงั้นหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยเย้ยหยัน
ทุกคนไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะกล้าโต้เถียงกับกู่ทงเช่นนี้ กู่ทงผู้มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยามปกติแล้วเขาหยิ่งผยองยิ่งนัก นับประสาอะไรกับคนนอก เขาจึงไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที “ข้าบอกว่าเจ้าผิด เจ้าก็ผิด!”
ลู่เฉินเกียจคร้านเกินกว่าที่จะสนใจอีกฝ่าย ชายหนุ่มมองไปยังปิงหลิวหลีที่กำลังตกตะลึง “พวกเราไปกันเถิด”
ปิงหลิวหลีดูหวาดระแวงแต่นางก็ยังเดินตามไป ส่วนหนานเหยารู้สึกดีไม่น้อย “ท่านอาจารย์ ท่านเก่งกาจยิ่งนัก!”
โจวอวี๋เองก็ได้คลายความโกรธลงเช่นกัน ส่วนหลี่ว์ซือและเจี่ยลั่ว พวกเขาต่างก็รู้สึกสะใจอย่างมาก
ทว่าสำนักอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความตกตะลึง บางคนพูดด้วยความประหลาดใจว่า “สำนักเก้าสุขสงบแห่งนี้ ไม่บ้าไปหน่อยหรือ?”
“หรือว่าพวกเขาต้องการถูกตัดสิทธิ์ถาวรจริง ๆ?”
“นั่นไม