น่ใจได้ว่าเมื่อครู่ลู่เฉินได้ข่มขู่เชียนหลิง ทำให้สีหน้าของเชียนหลิงดูไม่ดีไปครู่หนึ่ง
จนกระทั่งลู่เฉินนำเถาวัลย์เหล่านั้นกลับเข้ามา เชียนหลิงจึงกัดฟันเอ่ยออกมาว่า “ข้ายอมแพ้!”
สำหรับการยอมแพ้ของเชียนหลิงนั้นนับได้ว่าเหนือความคาดหมายของทุกคน โดยเฉพาะคนของวังเหมันต์สงัด ที่แต่ละคนตกตะลึงราวกับถูกสะกดไว้
…ไม่เพียงแต่ทุกคนเท่านั้นที่คาดไม่ถึง กู่ทงผู้นั้นก็คาดไม่ถึงเช่นกัน แต่เขาก็ยังคงประกาศชัยชนะแก่ลู่เฉินด้วยท่าทีเคร่งขรึม และเริ่มการประลองถัดไปทันที
เมื่อเชียนหลิงกลับไปหยุดอยู่ตรงหน้าโหย่วหลง เขาก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ “ข้าขออภัย”
โหย่วหลงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ไร้ประโยชน์!”
เชียนหลิงไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร จึงทำได้เพียงนั่งลงและรักษาบาดแผลอย่างเงียบ ๆ แต่เกาจี้กลับแปลกใจขึ้นมา “เมื่อครู่ เจ้านั่นทำอะไรกับเจ้า?”
“เขาข่มขู่ข้าว่าหากข้าไม่ยอมแพ้ก็จะทำลายข้า”
“เช่นนั้นเจ้าจึงยอมหรือ?” เกาจี้บ่นพึมพำออกมา ทำให้เชียนหลิงรู้สึกหดหู่ “ตัวข้าอยากจะระเบิดกายเนื้อ แต่กลับถูกเขาหยุดยั้งไว้ ทำให้ไม่สามารถทำได้ จนสุดท้ายก็ต้องยอม”
เมื่อเกาจี้ได้ฟังดังนั้น จึงมองไปยังโหย่วหลง แต่โหย่วหลงกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมา “พูดเรื่องไร้สาระให้มันน้อยหน่อยเถอะ ตั้งใจรักษาบาดแผล เตรียมตัวประลองรอบต่อไป”
เชียนหลิงพยักหน้า
การแข่งขันครั้งนี้มีทั้งหมดสิบรอบ การชนะหนึ่งรอบจะได้รับหนึ่งคะแนน
ถึงแม้