อย่างไร ลู่เฉินก็ยังเดินไปหาเชียนหลิงด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เดิมทีเชียนหลิงคิดอยากยอมแพ้ แต่จู่ ๆ ลำคอเขาก็ถูกเถาวัลย์พันรัดไว้ ทำให้ไม่สามารถพูดออกมาได้ ทั่วทั้งใบหน้าและใบหูนั้นแดงไปหมด หวาดกลัวจนพร้อมทุกขณะที่จะระเบิดตันเถียนฆ่าตัวตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย
แต่ลู่เฉินไม่มอบโอกาสใด ๆ ให้เขาทั้งสิ้น
เห็นเพียงภายในเถาวัลย์นั้นมีหนามเล็ก ๆ ที่แหลมคมทิ่มแทงไปยังจุดตันเถียน ก่อกวนพลังปราณในร่างกายของเขา ทำให้เชียนหลิงที่อยากจะระเบิดกายเนื้อไม่อาจทำได้ ทำได้เพียงจ้องมองมายังลู่เฉินด้วยแววตาแค้นเคือง
ลู่เฉินเดินไปหาเชียนหลิงแล้วเผยยิ้มออกมา “คุยกันดี ๆ เถิด”
ทุกคนต่างแปลกใจว่าลู่เฉินต้องการทำสิ่งใด ซึ่งชายหนุ่มก็พลันยื่นมือข้างหนึ่งไปจับแขนของเชียนหลิงที่กำลังดิ้นรน ก่อนที่เขาจะหลับตาลงและแทรกจิตวิญญาณเข้าไปภายในร่าง ทำการวาดอักขระยันต์หุ่นเชิดที่จุดตันเถียนของอีกฝ่าย
ขณะนั้น จิตวิญญาณของเชียนหลิงก็ได้แต่ก่นด่าอยู่ภายในร่างกาย “เจ้าทำอะไรกับข้า!”
“ข้าเพียงเขียนอักขระยันต์หุ่นเชิดทิ้งไว้ในร่างเจ้า!” ลู่เฉินยิ้ม และเมื่อเชียนหลิงได้ยินก็ตกตะลึงจนหน้าซีด “หยุดเดี๋ยวนี้!”
ลู่เฉินจะหยุดมือได้อย่างไร? เขายังคงเขียนมันต่อไปจนเสร็จ ก่อนที่จะถอนจิตวิญญาณกลับมาและลืมตาขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังถอยไปด้านหลังแล้วหัวเราะออกมา “ยอมแพ้หรือยัง?”
ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนสามารถแ