ปล่อยภูตผีที่ถูกผนึกได้ จากนั้นพวกมันก็จะทำตามคำสั่ง และสามารถโจมตีวิญญาณได้โดยตรง”
เมื่อหนานเหยาได้ฟังเช่นนี้ นางก็รู้สึกว่ามีเหตุผลที่ต้องกังวลแล้ว หญิงสาวจึงมองไปยังลู่เฉิน ซึ่งชายหนุ่มก็ได้บอกให้โจวอวี๋นำเกราะเพลิงสวรรค์ออกมา…
โจวอวี๋เผยสีหน้างุนงงขณะถอดเกราะออก ส่วนหนานเหยานั้น นางก็พลันทำตาวาววับอยากรู้อยากเห็น
พอได้เกราะนั้นมา ลู่เฉินก็ใช้ผงยาบางอย่างมาวาดสัญลักษณ์แปลก ๆ ลงบนเกราะอ่อน
“ท่านอาจารย์ นี่คืออันใด?” เมื่อเห็นสัญลักษณ์ประหลาดนี้ หนานเหยาก็พลันร้องถาม เช่นเดียวกับโจวอวี๋และคนอื่น ๆ ที่ก็อยากรู้เช่นกัน
ทว่าลู่เฉินกลับกล่าวเพียงง่าย ๆ ว่า “เมื่อมีสิ่งนี้แล้ว ไม่ว่าภูตผีปีศาจเช่นใด พวกมันก็ไม่สามารถเข้ามาภายในร่างกายของเจ้าได้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หนานเหยาพลันตกตะลึงขึ้นมา “อัศจรรย์เช่นนี้เชียวหรือ?”
ส่วนโจวอวี๋ก็พูดด้วยความดีใจว่า “ช่างดีเสียจริง!”
ขณะที่เจียลั่วและคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกว่าเหลือเชื่อเกินไป และขณะนั้นเอง กู่ทงพลันประกาศว่า “โจวอวี๋แห่งสำนักเก้าสุขสงบประลองกับหวางฝูแห่งพรรคหมื่นเต๋า”
ชายที่ถูกเรียกว่าหวางฝูนั้น ทั้งใบหน้าเต็มไปก้อนเนื้อที่ดูบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกแผดเผามาก่อน เช่นเดียวกับมือทั้งสองของเขาที่เต็มไปด้วยรอยตุ่มแปลกตา
ทว่าก่อนที่คนผู้นี้จะเดินขึ้นไปบนสนามประลอง ผู้อาวุโสเทียนหลงก็ได้นำกล่องขนาดเล็กออกมาแล้วเอ่ยกำชับเบา ๆ “ถ้าหากเจ้าไม่สามารถ