นของผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจะเข้าไปพังตันเถียน ทำให้เป้าหมายบาดเจ็บสาหัส!”
“ไม่สามารถปัดป้องได้เลยหรือ?”
“นอกเสียจากอีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกวิถีภูตผีแล้ว ผู้ฝึกตนในวิถีทางอื่น ๆ …ก็ยากนักที่จะต้านทานมันได้”
บางคนที่ได้ฟังข้อมูลเช่นนี้เป็นครั้งแรกก็รู้สึกตกตะลึง
แต่โจวอวี๋กลับไม่ได้สนใจ เขายังคงมองไปทางหวางฝูด้วยรอยยิ้ม “อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ มาเถิด!”
หวางฝูขยับกระบี่ทันที ควบคุมให้ร่างเงานั้นพุ่งมาทางโจวอวี๋ในฉับพลัน ทำให้ทุกคนพากันคิดว่าโจวอวี๋จะถูกเข้าสิงเสียแล้ว
แต่ใครจะคาดคิดว่า เมื่อปะทะเข้ากับร่างของโจวอวี๋ มันจะเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา ก่อนที่ทาสภูตผีตนนั้นจะร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและหายไปในที่สุด
ทุกคนพลันตกตะลึง
หวางฝูเบิกตากว้าง “นี่…”
โจวอวี๋พึงพอใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์เช่นนี้ ส่วนหนานเหยา… นางย่อมไม่พลาดที่จะตะโกนขึ้นมาด้วยความยินดี!
ผู้อาวุโสเทียนหลงโมโหจัดทันที เขาร้องตะโกนไปทางหวางฝูว่า “ใช้ของที่ข้าให้ไปเสีย!”
หวางฝูจึงนำเอากล่องสีดำออกมา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงค่อย ๆ เปิดออก ทำให้เงาดำขนาดมหึมาปรากฏออกมา และลอยขึ้นเหนือสนามประลองทันที
ทุกคนต่างเบิกตากว้าง บางคนถึงกับเอ่ยตะกุกตะกักออกมาว่า “นี่… นี่คือสิ่งใดกัน?”
“ภูตผีตัวใหญ่ขนาดนี้ …เห็นทีมันน่าจะไม่ใช่ทาสภูตผีหนึ่งดาวเสียแล้ว!”
“หากใหญ่มหึมาเช่นนี้ …อย่างน้อยต้องเป็นทาสภูตผีแปดดาว!”
ทาสภูตผ