ีแปดดาว …หากเทียบกับระบบการบ่มเพาะ มันก็เทียบเคียงได้กับผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิด! ดังนั้นทุกคนจึงแน่ใจว่าโจวอวี๋คงมาถึงจุดจบเสียแล้ว!!!!
นี่คือครั้งแรกที่โจวอวี๋ได้เห็นภูตผีตัวใหญ่ขนาดนี้ เขาจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่เมื่อได้สติคืนมา เจ้าตัวก็ทำราวกับว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ถึงขนาดเอ่ยท้าทายว่า “มา! แสดงให้ข้าดูว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด!!”
หวางฝูยิ้มเย็นชา “ไม่รู้จักประมาณตนเสียแล้ว!”
ทันใดนั้น ทาสภูตผีตนนั้นก็พุ่งทะยานเข้าประชิดร่างโจวอวี๋ ก่อนที่แสงสีทองบนเกราะของโจวอวี๋จะสว่างจ้าต่อต้านสิ่งนี้
หนานเหยาร้อนใจขึ้นมาทันทีหลังจากเห็นเช่นนั้น “ท่านอาจารย์ สิ่งนั้นดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งนัก”
“วัตถุดิบของข้ามีจำกัด จึงทำได้เพียงเท่านี้ ทว่ามันก็น่าจะมากพอแล้วที่จะสร้างโอกาสให้โจวอวี๋” ลู่เฉินยังคงเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่หนานเหยากลับยังไม่ว่างใจ “แต่ภูตผีตนนั้นบดเบียดเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หากต้านไม่ได้เล่า?”
ไม่เพียงแต่หนานเหยาเท่านั้น ปิงหลิวหลีเองก็เอ่ยออกมาเช่นกัน “ห่างอีกเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น”
บนสนามประลอง ขณะนี้โจวอวี๋เบิกตากว้าง เหงื่อออกไปทั่วกาย และสัมผัสได้ถึงลมหายใจของทาสภูตผีอันน่าขยะแขยงที่รินรดปะทะใบหน้า ทว่าเขาไม่คิดจะยอมแพ้แม้แต่น้อย พยายามฝืนต้านทานเท่าที่จะทำได้
เมื่อเห็นดังนั้น ลู่เฉินพลันหลับตาลง
จากนั้น เสียงของลู่เฉินก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูของโจวอวี๋ “หลับตา ไม่ต้องมองมัน มิเช่นนั้นมั