ม่สามารถส่งเสียงได้อีก มีเพียงใบหน้าที่กลายเป็นแดงก่ำและดวงตาที่เบิกกว้าง
ผู้คนรอบ ๆ สนามประลองต่างตกตะลึง และพวกเขาต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินคิดจะทำอันใด
เยว่เซียวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะทำอันใด?!”
“ตราบใดที่เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มันก็ยังไม่จบ” ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย ในขณะที่ทุกคนพลันสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง
เยว่เซียวเอ่ยว่า “เจ้าไม่ปล่อยให้เขาพูดเลย แล้วเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างไร?”
“วางใจ ข้าจะให้เขาพูดในภายหลัง” ลู่เฉินกล่าว แต่เวลานี้เยว่เซียวโกรธเสียแล้ว ส่วนคนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็สาปแช่งด้วยความโกรธ ขณะที่คนจากสำนักอื่น ๆ รู้สึกว่าลู่เฉินกำลังแก้แค้นสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
หนานเหยาพลันแสดงท่าทีมีความสุขออกมา “เราควรจัดการกับคนเอาแต่ใจคนนี้ได้แล้ว!”
ปิงหลิวหลีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ราชันกระบี่ร้อยคม คาดไม่ถึงว่าจะมีจุดจบเช่นนี้!”
ยามนี้เอง จิตวิญญาณของลู่เฉินได้แทรกเข้าไปในร่างกายของซือตู๋เทียนแล้ว และเขายังได้เขียนอักขระยันต์หุ่นเชิดไว้รอบ ๆ จิตวิญญาณของอีกฝ่าย ครั้นเสร็จสิ้นแล้ว ลู่เฉินก็พลันกระซิบบอกซือตู๋เทียนผ่านจิตใจของเขาว่า
“ข้าได้วางอักขระยันต์หุ่นเชิดในตัวเจ้าแล้ว ดังนั้นถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็จงทำตามคำสั่งของข้าเสียโดยดี”
จิตวิญญาณของซือตู๋เทียนถึงกับโกรธจัด “เจ้า!”
“ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็จงเชื่อฟังเสีย” หลังจากที่ลู่