เฉินเอ่ยจบ เขาก็ดึงเข็มออกมาแล้วยืนขึ้น ส่วนซือตู๋เทียนก็มีสีหน้าที่ดูไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงพยายามลุกขึ้นมา
ทุกคนพลันสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้น
จนกระทั่งซือตู๋เทียนกัดฟันและเอ่ยว่า “ข้ายอมรับความพ่ายแพ้!”
ผู้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยฝันถึงผลลัพธ์เช่นนี้ แต่จากสถานการณ์เมื่อครู่ ทุกคนต่างรู้ว่าซือตู๋เทียนไม่มีแรงจะสู้รบต่อไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เมื่อซือตู๋เทียนกล่าวว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้ คนอื่น ๆ จึงไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจนัก
ส่วนกู่ทง เขาพลันประกาศผลด้วยสีหน้ามืดมน ก่อนที่ลู่เฉินจะหันกายออกจากสนามประลอง ในขณะที่ซือตู๋เทียนเดินโซเซไปทางสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเห็นการกลับมาของลู่เฉิน หนานเหยาก็แสดงความชื่นชมทันที “ท่านอาจารย์ ท่านช่างร้ายกาจยิ่งนัก!”
โจวอวี๋ถามด้วยความสงสัยว่า “ผู้อาวุโส ท่านควบคุมกระบี่จำนวนมากพร้อมกันได้อย่างไร?”
เจี่ยลัวและคนอื่น ๆ ก็อยากรู้เช่นกัน
ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าสามารถควบคุมศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าได้อย่างง่ายดาย แล้วนับประสาอันใดกับกระบี่จำนวนมากพวกนั้น?”
“ถ้าอย่างนั้นท่านอาจารย์ ท่านทำมันได้อย่างไร?” หนานเหยาสงสัย
“เป็นพรสวรรค์ของข้าเอง” ลู่เฉินรู้ว่าแม้เขาจะพูดไป แต่คนเหล่านี้ก็คงไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงไม่ได้อธิบายต่อ เพียงมองไปบนสนามประลองและดูการประลองของผู้อื่นต่อไป
สำหรับฝูงชนรอบ ๆ นั้น พวกเขาต่างก็พูดถึงลู่เฉินแ